
7 พ.ย.2566- นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการ 3 ฝ่าย ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้หารือเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 วงเงิน 56,321 ล้านบาท
“การดูแลเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท เป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามจะหาทางออก เพราะเป็นสิ่งที่เกษตรกรได้รับมาก่อนหน้านี้ตลอด โดยจะพยายามหาวิธีการ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและเพิ่มต้นทุนลง แต่ที่ผ่านมาเกษตรกรมีปัญหา ดังนั้นรัฐบาลจังกำลังเข้าไปดูว่าจะช่วยเหลืออย่างไรได้ ซึ่งจากการหารือ 3 ฝ่าย วันนี้มีความชัดเจนแล้ว และเร็ว ๆ นี้ น่าจะได้ข้อสรุปทุกเรื่อง”
สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 มีวงเงิน 56,321 ล้านบาท กำหนดมีเกษตรกรเป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน ช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ มีช่วงเวลาการจ่าย 1 พ.ย.66 – 30 ก.ย.2567 ซึ่งในแหล่งวงเงินสำหรับการดำเนินโครงการนั้น นายภูมิธรรม ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และใช้เงินจำนวนมาก และตอนนี้กำลังพิจารณาแหล่งเงินที่เหมาะสมอยู่
ขณะเดียวกันในการหารือร่วมกันของคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ยังหารือเกี่ยวกัการพิจารณาประเด็นการดึงเอาธนาคารกรุงไทย เข้ามาร่วมขยายสินเชื่อเพื่อช่วยผู้ประกอบการโรงสี ซึ่งที่ผ่านมาถูกธนาคารกรุงไทยหักสินเชื่อไปก่อนนห้านี้ ซึ่งการดึงเข้ามาร่วมในโครงการนั้น เชื่อว่าจะช่วยดูดซับปริมาณข้าวออกจากตลาดได้มากขึ้น
ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ จะมีการหารือเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะการขยายความช่วยเหลือชาวนาเข้าร่วมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2566/67 ด้านการให้สินเชื่อเพื่อดูดซับปริมาณข้าว ซึ่งจะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ช่วยดูแลชาวนาที่ไม่มียุงฉางของตัวเองสามารถเข้าร่วมในมาตรการได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภจี' กางกลยุทธ์การค้าโลกยุคใหม่ ไทยเป็นมิตรทุกขั้วอำนาจ เน้นผลประโยชน์ร่วมมากกว่าเลือกข้าง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลสำเร็จการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19 - 23 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าปัจจุบันบริบทของการค้าโลกได้เปลี่ยนผ่านจากยุคพหุอำนาจ
ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน 'ศุภจี' 307 ล้านบาท รายได้ปีละ 40 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีรัฐมนตรีใน
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.
พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก

