'สังศิต' ชำแหละ 'ลูกไม้เก่าของสทนช.' ทำแผนแก้ภัยแล้ง-น้ําท่วม แนะขยายเวลาอีก2สัปดาห์


27 ธ.ค.2566 - ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา เผยแพร่บทความเรื่อง ลูกไม้เก่าของสทนช. มีเนื้อหาดังนี้

รัฐบาลชุดที่แล้วใช้งบประมาณหลายแสนล้านบาทในการให้สทนช.ทำแผนป้องกันภัยแล้งและน้ําท่วม ติดต่อกันยาวนานเป็นเวลาถึง 8 ปีแต่ก็ประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เป็นเพราะสทนช.ทำแต่แผนสร้างโครงการแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางเท่านั้น โดยไม่สนใจให้การสนับสนุนการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กและไม่สนใจให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการทำแผนป้องกันภัยแล้งและภัยจากน้ำท่วมแต่อย่างใด

วันนี้สทนช.กำลังทำแผนแบบเดิมอีกแล้ว ในการจัดสรรงบประมาณแก้ภัยแล้งและงบประมาณประจำปี 2568

ถ้ารัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องการผลลัพธ์ คือความล้มเหลวในการป้องกันภัยแล้งและน้ำท่วมแบบเดียวกับรัฐบาลชุดที่แล้ว รัฐบาลจำเป็นต้อง มีแนวความคิดและนโยบายการจัดสรรงบประมาณตลอดจนวิธีการทำงาน ที่แตกต่างจากรัฐบาลชุดที่แล้วเท่านั้น

เทคนิคของสทนช.ที่จะทำในขณะนี้ เพื่อมิให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการทำงานด้านป้องกันภัยแล้งและภัยน้ำท่วม ในปี 2567 - 25668 คือ

1. ประกาศของสทนช. ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ที่ให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศจัดทำคำขอเพื่อก่อสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก ในระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2566 ถึงช่วงสิ้นปี 2566 โดยการเสนอโครงการและงบประมาณต้องเสนอผ่านระบบ Thai Water Plan ซึ่งเป็นระบบ AI

ประกาศนี้จะถูกส่งไปยังจังหวัดต่างๆทั่วประเทศประเทศ ซึ่งกว่าที่ประกาศนี้จะถูกส่งไปถึงองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจะใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ ซึ่งหมายความว่า องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจะไม่สามารถทำโครงการได้ทันเวลา

2 หากแม้จะมี องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งที่มีโครงการอยู่แล้วในมือและสามารถส่งโครงการเหล่านั้นเข้าสู่ระบบ AI ได้ตามเวลา แต่โอกาสที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นนั้นจะได้รับอนุมัติโครงการก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะหากมีข้อมูลที่ส่งเข้าไปคลาดเคลื่อน ไม่สมบูรณ์ หรือเพราะความเข้าใจผิด ระบบ AI ก็จะเขี่ยโครงการเหล่านั้นให้ตกไปทันที

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงมีความเห็นว่าหากรัฐบาลต้องการที่จะมีผลงานในเรื่องของการแก้ภัยแล้งและภัยน้ำท่วมที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2567 และ 2568 รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการดังต่อไปนี้คือ

1. ขยายระยะเวลาของโครงการนี้ออกไปอีก 10-15 วัน เพื่อให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นมีโอกาสตระเตรียมโครงการต่างๆได้ทันเวลา
และ

2 สำหรับโครงการแหล่งน้ำขนาดเล็ก ซึ่งขนาดของงบประมาณอยู่ระหว่างหลักหมื่นถึงแสนบาทต่อโครงการ เช่นการทำฝายแกนดินซิเมนต์ไม่ควรทำผ่านระบบ Thai Water Plan ของสทนช. แต่ควรจะ ผ่านระบบของกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ข้าราชการเป็นผู้ดำเนินการแทนระบบ AI

ซึ่งการขยายระยะเวลาไปอีกสองอาทิตย์ จะมิได้กระทบกระเทือนต่อกระบวนการทำงานเรื่องงบประมาณแต่อย่างใด หากแต่จะทำให้รัฐบาลสามารถมีผลงานในการแก้ปัญหาความทุกข์ร้อนจากปัญหาภัยแล้งและภัยน้ำท่วมให้แก่ประชาชนทั้งประเทศได้ดีกว่า ระบบที่สทนช. เป็นผู้กำหนดขึ้น โดยมิได้คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศแต่อย่างใด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ห่วงปชช. 7 จ. ริมน้ำโขง หลังสารเคมีรั่ว สั่ง สทนช. เฝ้าระวังถึง 12 เม.ย.

'สมศักดิ์' ห่วงชาวไทย-ลาว หลังสารเคมีรั่วลงแม่น้ำโขง สั่ง สทนช. เกาะติดใกล้ชิด แจงตรวจคุณภาพน้ำ จ.เลย ใช้ได้ปกติ แต่ยังเฝ้าระวังถึง 12 เม.ย.

เปิดกาสิโน มีโอกาส เกิดในรัฐบาล เศรษฐา แต่ต้องไม่ล็อก-เอื้อกลุ่มใด

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ได้ลงมติรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง การเปิดสถานบันเทิงครบวงจร(ENTERTAINMENT COMPLEX)

'สังศิต' เผยแพร่บทความ 'ตำรวจ : เดินหน้าหรือถอยหลัง' หนุนปฏิรูปเป็นตำรวจจังหวัด

รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา เพยแพร่บทความเรื่อง ตำรวจ : เดินหน้าหรือถอยหลัง มีเนื้อหาดังนี้

“พิพัฒน์” ห่วงใยแรงงาน ส่งหน่วยงานในสังกัดเข้าช่วยลูกจ้างน้ำท่วมศรีราชา ขอความร่วมมือนายจ้างไม่ถือเป็นวันลา ได้ค่าจ้างปกติ

วันที่ 21 มีนาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณี สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกหนักในเขตพื้นที่ อ.ศรีราชา

'ดร.เสรี' ชี้น้ำท่วมใหญ่ของจริงยังไม่มา ยกเหตุชลบุรีจมบาดาล อนาคตจะรุนแรงมากกว่านี้

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า #น้ำท่วมใหญ่ของจริงยังไม่มา ภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลง