โฆษกรัฐบาลเผย สพฐ.ทำโครงการสนับสนุนเงินอุดหนุนรายหัว อนุบาล – ประถม – มัธยม – ปวช. พร้อมเงินสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ ลดภาระผู้ปกครอง
01 พ.ค.2567 - นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานปีงบประมาณ 2567 ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมตอนต้น มัธยมตอนปลาย และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) เพื่อลดภาระให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการศึกษา เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2567 นี้ รัฐบาลจะปรับเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนรายหัวฯ ต่อเนื่องจากปีงบประมาณ 2566 ในรายการค่าจัดการเรียนการสอน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 8 ขณะที่ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าหนังสือเรียน ใช้อัตราคงเดิมตามปีงบประมาณ 2566 ทั้งนี้ ยังมีเงินอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติม สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก ค่าปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน ค่าอาหารกลางวันนักเรียน และอื่น ๆ
โดยเงินอุดหนุนรายหัวฯ ในส่วนของการจัดการเรียนการสอนจะจัดสรรให้นักเรียนทุกคน ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีอัตราจำแนกตามระดับ อาทิ ระดับก่อนประถมศึกษา หรือ อนุบาล จากเดิมเงินอุดหนุน 1,734 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 1,836 บาท ระดับประถมศึกษา จากเดิมเงินอุดหนุน 1,938 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 2,052 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากเดิมเงินอุดหนุน 3,570 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 3,780 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากเดิมเงินอุดหนุน 3,876 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 4,104 บาท และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) 1-3 ที่จัดโดยสถานประกอบการ จากเดิมเงินอุดหนุน 11,970 บาท ปีงบฯ 2567 เพิ่มเป็น 12,674 บาท
“นายกฯ ให้ความสำคัญกับการศึกษา ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของเยาวชนไทยซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ ต้องการเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้ประชาชนไทย เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ให้นักเรียนในระบอบการศึกษาไทยมีคุณภาพตามมาตรฐาน ส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างความสามารถอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ พร้อมเชื่อมั่นว่า เงินอุดหนุนดังกล่าวจะเป็นอีกช่องทางช่วยลดภาระนักเรียน และผู้ปกครอง รวมทั้ง เพิ่มศักยภาพการดำเนินการให้สถานศึกษา” นายชัย กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ปฏิวัติห้องเรียนไทย” สพฐ. ขับเคลื่อน กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ Gathering, Processing, Applying 1, Applying 2, Self-Regulating.
บรรยากาศที่ห้องประชุมใกล้รุ่ง โรงเรียนราชวินิต ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาผู้บริหารและครูตามปกติ แต่คือสัญญาณของการ “เขย่าโครงสร้างการเรียนรู้ไทย” ครั้งสำคัญ เมื่อ ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานเปิดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการ “พัฒนาผู้บริหาร ครู และผู้เรียนสู่การสร้างนวัตกรรม” ผ่านโมเดล 5 ขั้นตอน Gathering ,Processing ,Applying 1, Applying 2, Self-Regulating (GPAS 5 Steps)
สพฐ.-ไทยฮอนด้า'วิ่ง31ขาสามัคคี' ร.ร.อามานะศักดิ์(A)รับถ้วยพระราชทานฯ
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการแข่งขัน "สพฐ.–ไทยฮอนด้า วิ่ง 31 ขา สามัคคี ปีที่ 21" เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ และปลูกฝังคุณธรรมแก่เด็กและเยาวชนไทย โดยรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปีการศึกษา 2568 ได้จัดขึ้น ณ สนามฟุตบอล การกีฬาแห่งประเทศไทย 1 (หัวหมาก)
‘รองนายกฯธรรมนัส-รมว.นฤมล’ นำ ศธ.เปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 ชูแนวคิด ‘เรียนดี มีคุณธรรม’ สร้างเด็กไทยรู้รากเหง้า เดินหน้าสู่อนาคตของชาติ
กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมให้การต้อนรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ กระทรวงศึกษาธิการ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักด้วยเสียงดนตรีจากวงโยธวาทิตและแถวกองเกียรติยศลูกเสือที่ตั้งแถวรอรับอย่างสมเกียรติ
เริ่มแล้ว! ไทย- UNODC จัดประชุมระดับโลกปราบสแกมเมอร์
เริ่มแล้ววันนี้! การประชุมระดับโลกปราบสแกมเมอร์ ไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับ UNODC พร้อมผนึกกำลังกับ 39 ประเทศ สร้างความร่วมมือระดับโลกรับมือปัญหาอาชญากรรมออนไลน์
รัฐบาลเตือนผู้รับสิทธิ์คนละครึ่งพลัสกว่า 14 ล้านรีบใช้สิทธิให้หมดในสิ้นปี!
รัฐบาลย้ำเตือนได้รับสิทธิ์ 'คนละครึ่งพลัส' กว่า 14 ล้านคน รีบใช้สิทธิใช้จ่ายเงินผ่านโครงการฯ ให้หมดภายใน 31 ธ.ค. นี้ เชิญชวนร้านค้าถุงเงินในโครงการคนละครึ่งพลัส รีบพัฒนาทักษะสำเร็จ ภายใน 19 ธ.ค.นี้
'รมว.ศธ.' สั่งปิด 641 โรงเรียน พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
'นฤมล' สั่งปิดโรงเรียน 641 แห่ง ใน 5 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ย้ำความปลอดภัยเด็กและครูต้องมาก่อน รอดูสถานการณ์ก่อนเปิดเรียนอีกครั้ง

