พม.ยกระดับปกป้องสิทธิ 'เด็กผู้ลี้ภัย-เด็กผู้แสวงหาที่พักพิง'

'รัดเกล้า' เผย พม. ก้าวไปอีกขั้นกับการปกป้องสิทธิเด็ก เน้นย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมและคุ้มครองงสิทธิบนฐานของการไม่เลือกปฏิบัติและประโยชน์สูงสุดของเด็ก

13 มิ.ย.2567 - นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายใต้การนำของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอรายงานสรุปผลการพิจารณาต่อข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณีการถอนข้อสงวนข้อ 22 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งที่ประชุม ครม. รับทราบ และแจ้งให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทราบต่อไป

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ คณะรัฐมนตรีมีมติ (9 มกราคม 2567) และมอบหมายให้ พม. เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่อง ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กรณีการถอนข้อสงวนข้อ 22 ของอนุสัญญาฯ ที่เห็นว่า ไทยควรถอนข้อสงวนข้อ 22 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก โดยเร็ว และควรประกันว่า การกำหนดความหมายของเด็กผู้ลี้ภัยและเด็กผู้แสวงหาที่พักพิง ในกรอบกฎหมายและนโยบายของประเทศไทยจะไม่ตัดสิทธิของเด็กกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในการได้รับความคุ้มครองตามข้อ 22 ของอนุสัญญาฯ ตามที่ กสม. เสนอ ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ พม. สรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการดังกล่าวในภาพรวมแล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก สลค. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

พม. ได้เสนอรายงานสรุปผลการพิจารณาต่อข้อเสนอแนะของ กสม. ในเรื่องดังกล่าว โดยได้รวบรวมความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมายจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 เป็นกรรมการ และเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาตามข้อเสนอแนะของ กสม. ในเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งมีผลการพิจารณาในภาพรวมว่า

ประเทศไทยมีมาตรการและกลไกที่เพียงพอที่จะรองรับพันธกรณีภายใต้ ข้อ 22 ของอนุสัญญาฯ เนื่องจากเป็นการเน้นย้ำความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิบนฐานของการไม่เลือกปฏิบัติและประโยชน์สูงสุดของเด็กตามอนุสัญญาฯ และอนุสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ ที่ประเทศไทยเป็นภาคี รวมทั้ง คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาความพร้อมของประเทศไทยต่อการถอนข้อสงวนของอนุสัญญาฯ และคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติได้เห็นชอบการถอนข้อสงวนข้อ 22 ของอนุสัญญาฯ ด้วยแล้ว

ส่วนการกำหนดความหมายของเด็กผู้ลี้ภัยและเด็กผู้แสวงหาที่พักพิงในกรอบกฎหมายและนโยบายของประเทศไทยจะไม่จำกัดสิทธิของเด็กกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในการได้รับความคุ้มครองตามข้อ 22 ของอนุสัญญาฯ โดยได้มีมาตรการที่เหมาะสมในการรองรับเด็กแต่ละกลุ่ม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แม่ทัพกทม. 'สกลธี' ควงคู่ 'เนเน่' ลงพื้นที่ตลาดยิ่งเจริญ สู้ฝุ่น PM 2.5 เร่งผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับ

แม่ทัพ กทม. 'สกลธี' ควงคู่ 'เนเน่ รัดเกล้า' สู้ฝุ่นพิษ ลงพื้นที่เขต 9 ตลาดยิ่งเจริญเตือนประชาชนสวมหน้ากากเหตุ 'ค่าฝุ่นส้ม-แดงอันตราย' ห่วงสุขภาพประชาชน พร้อมชูนโยบายประชาธิปัตย์ สู้ฝุ่น PM 2.5 เร่งผลักดันกฎหมาย 3 ฉบับ 'อากาศสะอาด-เศรษฐกิจหมุนเวียน-กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ' ย้ำ เลือกประชาธิปัตย์บัตรสีชมพูเบอร์ 27

ธอส.ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือลูกค้าประสบเหตุเครนมรณะ

ธอส.ออกมาตรการด่วนช่วยเหลือลูกค้าประสบเหตุเครนหล่นทับรถไฟ ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี นาน 1 ปี สำหรับลูกค้าบาดเจ็บสาหัส ส่วนเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปีตลอดอายุสัญญาเงินกู้

'ปชป.' รับข้อเสนอสมาคมคนตาบอด ส่ง 'ปทิตตา' ผู้สมัครสส. ผู้พิการสายตา ร่วมออกแบบอนาคต

เสียงที่ไม่ได้ยินต้องถูกทำให้ชัดเจน 'ประชาธิปัตย์' เปิดประตูรับข้อเสนอสมาคมคนตาบอดฯ ส่ง 'ปทิตตา' ผู้สมัคร สส. ผู้พิการทางสายตา ร่วมออกแบบอนาคตเพื่อคนทุกคน

รัฐบาลเตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงเฝ้าระวัง PM2.5

รัฐบาลเตือนเฝ้าระวัง PM2.5 ย้ำเตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยง เฝ้าสังเกตอาการ แนะใช้ Line OA แจ้งงสงสัย 'ป่วยจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก' ติดตามข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai