18 ก.ค.2567 - เมื่อเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ฉบับที่ 13 (มีผลกระทบวันที่ 19 กรกฎาคม 2567) ระบุว่า ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ อ่าวไทย ภาคกลาง และภาคตะวันออก
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่งขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและ
น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้
ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2567
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต
ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2567
ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดระนอง และพังงา
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 ก.ค. 67
จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 เวลา 17.00 น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กางแผน 6 กระทรวง รับมือน้ำท่วมครบวงจร เฝ้าระวัง-ช่วยเหลือ-ฟื้นฟูหลังน้ำลด
รัฐบาลกางแผน 6 กระทรวง รับมือน้ำท่วม ผนึกกำลัง “เฝ้าระวัง–ช่วยเหลือ–ฟื้นฟู” ครบวงจร ดูแลประชาชนทุกกลุ่ม ลดผลกระทบทุกพื้นที่
'ชัชชาติ' เผย กทม. ฝนสะสม 300 มม. รับมือยาก คาดคลี่คลายใน 2-3 วัน หากไม่ตกเพิ่ม
"ชัชชาติ" ชี้ กทม.ฝนตกสะสมกว่า 300 มม. ยากต่อการรับมือ คาดฝนลดลงช่วยระบายน้ำคลี่คลายภายใน 2-3 วัน พร้อมถอดบทเรียนพัฒนาระบบพยากรณ์ แจงดรามาเตือนภัยช้า เหตุคาดเดาฝนยาก-ต้องใช้ความแม่นยำสูง ย้ำรายงานตามสถานการณ์ปัจจุบัน
เตือนชาวบ้าน อ.บ่อไร่ น้ำตกคลองแก้วเริ่มเปลี่ยนสี ฝนตกไม่หยุดจ่อน้ำท่วมวิกฤต
นายก อบต.สะตอ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ยืนยันเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง และเตรียมผลิตน้ำดื่มไว้แจกชาวบ้าน ด้าน อ.บ่อไร่ บ้านช้างทูน น้ำเริ่มเพิ่มสูงขึ้นมากถึง 50 ซม.
'ยศชนัน' ตรวจสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต เร่งตัดยอดน้ำก่อนเข้า กทม.-ปทุมธานี
“ยศชนัน” ลงพื้นที่สถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต บูรณาการกรมชลฯ-กทม. เร่งตัดยอดน้ำเซฟพื้นที่ "ปทุมธานี-ตอนเหนือ กทม." สั่งทุกหน่วยงานในภาคเหนือ เตรียมพร้อมรับมือฝนหนักช่วง 1-2 วันนี้
'บิ๊กดุลย์' ตรวจน้ำท่วมถนนแจ้งวัฒนะ สั่งเปิดหน่วยทหารเป็นศูนย์พักพิง-ที่จอดรถ
"บิ๊กดุลย์" ลุยขึ้นรถทหาร สำรวจสถานการณ์น้ำพื้นที่ถนนแจ้งวัฒนะ โทรสั่ง ผบ.เหล่าทัพเร่งช่วยเหลือประชาชน ย้ำข้อสังการ "นายกฯ" ดูแลประชาชน เปิดหน่วยทหาร เป็นพื้นที่จอดรถ ให้ มทบ.ทุกจว.เป็น ศูนย์พักพิง
รมว.ทส. 'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนพื้นที่เสี่ยง สั่งกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 25 จังหวัดเสี่ยงภัย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศฝนตกหนัก จึงมอบหมายสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

