รัฐบาลฟุ้งจัดงานแห่เทียนพรรษาในรูปแบบเฟสติวัล

รัฐบาลยกระดับงานแห่เทียนพรรษาอุบลราชธานีอย่างยิ่งใหญ่ ในรูปแบบ Festival จัดให้ชมต้นเทียนพรรษาได้ตลอดเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2567 หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองหลักกระจายสู่เมืองน่าเที่ยวใกล้เคียง

24 ก.ค.2567 - นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยกระดับวัฒนธรรมประเพณีไทยที่เป็นเอกลักษณ์สู่ระดับสากล ตามนโยบายการขับเคลื่อน Soft Power ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ชื่นชมการจัดงานสืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2567 (UBON Candle Festival 2024) อย่างยิ่งใหญ่ ในรูปแบบ Festival ภายใต้ชื่องาน “เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เมืองเทียน เมืองธรรม งามล้ำเมือง 4 แสง” ระหว่างวันที่ 17 - 23 ก.ค.2567 ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง และถนนสายหลักรอบ ๆ ทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานกว่าแสนคน คาดการณ์สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 800 ล้านบาท ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองหลัก กระจายสู่เมืองน่าเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกผ่านงานวัฒนธรรมประเพณีของไทย

โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า งานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี เป็นงานประจำปีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จัดต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 123 ปี โดยในปีนี้จังหวัดอุบลราชธานี ได้ยกระดับการจัดงานให้เป็นรูปแบบ Festival ที่มีความเป็นสากลมากขึ้น และจัดให้ชมต้นเทียนพรรษาได้ตลอดเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2567 รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี “เมือง 4 แสง” ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 ก.ค.นี้ โดยมีการจัดขบวนแห่เทียน 2 วัน 2 คืน นำขบวนต้นเทียนพรรษา ด้วยเทียนพรรษาพระราชทาน และผ้าอาบน้ำฝนพระราชทาน พร้อมขบวนรำ และขบวนอื่น ๆ รวมเกือบ 100 ขบวน มีจุดการแสดงถึง 5 จุด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและประชาชนให้สามารถชมขบวนแห่ได้อย่างทั่วถึง และมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ การเยือนชุมชน ชมวิถีทำเทียน การตกแต่งต้นเทียน ประเภทแกะสลัก ติดพิมพ์และแบบเทียนโบราณ จากคุ้มวัดต่าง ๆ ในเขตพื้นที่เทศบาลนครอุบลราชธานี กิจกรรมสืบศาสตร์ ยลศิลป์เยือนถิ่นเมืองเทียน เมืองธรรม การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน วัฒนธรรมพื้นถิ่น วิถีวัฒนธรรมส่งเสริมงานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี และการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี คาดการณ์ว่า งานดังกล่าวจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานได้นับแสนคน และสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 800 ล้านบาท

พร้อมกันนี้ ในจังหวัดอื่น ๆ มีการจัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษา ประจำปี 2567 อย่างยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน อาทิ
จังหวัดนครราชสีมา จัดงานแห่เทียนพรรษา “แสงเทียน แห่งธรรม งามล้ำเมืองย่า 72 พรรษา มหาราชา” ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี โดยมีขบวนแห่เทียนพรรษากว่า 22 ขบวน กิจกรรมการประกวดเทียนพรรษา การแสดงดนตรีวงโปงลางพื้นบ้าน กิจกรรมหล่อเทียนพรรษา และกิจกรรมสาธิตการแกะเทียนพรรษาและพิมพ์เทียน, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำคลองลาดชะโด ครั้งที่ 13 ประจำปี 2567 “ชลมารคแห่งศรัทธา เทิดไท้องค์ราชาของแผ่นดิน” ณ บริเวณตลาดลาดชะโด อ.ผักไห่ โดยมีขบวนเรือแห่เทียนพรรษา กว่า 180 ลำ ล่องไปตามลำคลองลาดชะโดระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อนำเทียนไปถวายตามวัดต่าง ๆ ในชุมชน พร้อมการแสดงของเรือแต่ละลำสลับกัน ร้องรำทำเพลงตามวิถีของชาวลาดชะโด ที่สืบทอดกันมายาวนาน, จังหวัดราชบุรี จัดงานประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำในคลองดำเนินสะดวก ไปวัดปราสาทสิทธิ์ ต.ประสาทสิทธิ์ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ในงาน “จัดเห่เรือ แห่เทียนพรรษา ทางชลมารค ล่องคลองดำเนินสะดวก” จัดกิจกรรมมากมาย ทั้งประกวดต้นเทียน การแสดงแสง สี เสียง ชมต้นเทียนพรรษา และขบวนแห่เทียนพรรษากว่า 100 ลำ

อนึ่ง ประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นกิจกรรมสำคัญในช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นหนึ่งในวันสำคัญทางพุทธศาสนา โดยพุทธศาสนิกชนนิยมหล่อเทียนพรรษาจากขี้ผึ้งตลอดทั้งเดือนก่อนจะถึงวันเข้าพรรษา เพื่อถวายเป็นเครื่องสักการะ เเละถวายพระภิกษุสงฆ์จุดให้แสงสว่างในการปฏิบัติกิจวัตรต่าง ๆ เป็นพุทธบูชาตลอดเวลา 3 เดือน ทั้งยังเป็นงานประเพณีที่รวมความผูกพันของชุมชนท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่ชาวบ้านร่วมบริจาคเทียนเอามาหลอมหล่อเป็นเทียนเล่มใหญ่เล่มเดียวกัน เพื่อแสดงออกถึง ความร่วมมือ ความสามัคคีในหมู่คณะ ร่วมกับการสรรหาภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีฝีมือทางช่าง ด้านการแกะสลักลวดลายลงบนต้นเทียน

“นายกฯ ขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสืบสานงานบุญพระพุทธศาสนา และวัฒนธรรมประเพณีไทย พร้อมยกระดับการจัดงานประเพณีที่มีเอกลักษณ์ของไทยสู่ระดับสากล ในรูปแบบ Festival ซึ่งเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่มีศักยภาพของไทย สามารถต่อยอดกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไทยมากยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมและประเพณีที่มีความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากเข้ามาสัมผัส ประกอบกับ การสนับสนุนประเพณี ส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาล ซึ่งจะกระจายรายได้เม็ดเงินสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง” นายชัย กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม' เปิดเสน่ห์เมืองภูเขา ชวนชิมอาหารพื้นถิ่น ฟังดนตรี สัมผัสวิถีวัฒนธรรมชุมชน

จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อำเภอภูผาม่าน เทศบาลตำบลภูผาม่าน บริษัท ไอ-แคนนาบิซ จำกัด ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน จัดงาน “มนต์เสน่ห์ภูผาม่าน อาหาร ดนตรี วิถีวัฒนธรรม” ณ หนองสมอ ตำบลโนนคอม อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน พร้อมนำเสนอเสน่ห์ด้านอาหาร ดนตรี และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอภูผาม่านสู่สายตานักท่องเที่ยว

ททท. โชว์ศักยภาพท่องเที่ยวไทยในงาน Gastech 2026 ต่อยอด “Healing is the New Luxury” เปิดมุมมองใหม่สู่การท่องเที่ยวและ MICE ระดับโลก

วันนี้ (14 กันยายน 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมเปิดเวทีประชุมเชิงวิชาการและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลก Gastech Exhibition and Conference (Gastech) 2026 ซึ่งจัดโดยกระทรวงพลังงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) พร้อมถ่ายทอดศักยภาพการท่องเที่ยวไทยผ่าน “Power of Journey” ต่อยอดจากแนวคิด “Healing is the New Luxury” ภายใต้ธีม “Feel All The

'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้า ครม. 22 ก.ย.นี้ คาดสะพัด 2 หมื่นล้าน

'สุรศักดิ์' ชง 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' เข้า ครม. 22 ก.ย.นี้ ใช้งบเงินกู้ 4 พันล้าน คาดกระตุ้นท่องเที่ยวได้ 2 หมื่นล้าน คุมเข้มโรงแรมฉวยขึ้นราคา บังคับแสดงราคาเทียบปีก่อน

โฆษกป้ายแดงชี้ชุมนุมเป็นสิทธิ์แต่อย่าเอา ปชช.เป็นเครื่องมือ!

โฆษก รบ.ป้ายแดงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนเริ่มทำงาน ย้ำชุมนุมเป็นสิทธิ พร้อมรับฟังความเห็นต่าง แต่ขออย่าใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ

'รัชดา' ยื่นลาออกโฆษกรัฐบาลแล้ว แจงไปภารกิจอื่น ครม.จ่อเคาะ 'หมอเอก' นั่งแทน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยหนังสือลาออกระบุว่า ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตำแหน่งโฆษกประจำสำนักมนตรี