ไม่ใช่โซดาไฟ! ตำรวจแถลงผลตรวจสารในที่เกิดเหตุ 3 แม่-ลูกดับในห้องน้ำ

13 ส.ค.2567 - ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สพฐ.ตร.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.) แถลงผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานในคดีการเสียชีวิต 3 ศพ แม่ลูก ภายในบ้านในพื้นที่ ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จว.ชลบุรี เมื่อวานนี้ ระบุว่าหลังเกิดเหตุและได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทราบข้อมูลจากพยาน ว่า ก่อนเกิดเหตุสมาชิกในบ้านได้มีการไปซื้อผลิตภัณฑ์ล้างท่ออุดตัน มาเพื่อแก้ปัญหาท่อตันในห้องน้ำภายในบ้าน ซึ่งมีลักษณะเป็นขวดสีขาวทึบ ฝาสีแดง ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจพบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวภายในถัง ที่มีปริมาณของเหลวเหลืออยู่ก้นขวด ส่วนในห้องน้ำ พบผลิตภัณฑ์ล้างห้องน้ำ ยี่ห้อตามท้องตลาดทั่วไปประมาณ 4 ขวด โดยแต่ละขวดถูกใช้งานไปแล้ว

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ยังได้ทำการเก็บดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงที่ประตูห้องน้ำ รวมถึงขวดน้ำดื่มและอาหารภายในบ้านเพื่อนำไปตรวจสารพิษเจือในอาหารด้วย แต่เบื้องต้นในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และอีก 2 รายไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งทั้งหมดไม่มีบาดแผลและไม่พบรอยไหม้ในช่องปาก

ส่วนจากการสอบปากคำพยาน ทราบว่า น่าจะมีการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างท่ออุดตัน ไปประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึงซึ่งจากการเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังได้กลิ่นเหม็นไหม้รุนแรง และมีอาการแสบตา แสบจมูก ส่วนห้องน้ำพบมีขนาดเล็ก กว้าง 1.2 เมตร ยาว 2.5 เมตร สูง 2.05 เมตร และมีช่องระบายอาการเพียงช่องเดียวกว่า 40 เซ็นติเมตร ขณะที่ประตูเป็นลักษณะผลักเข้าไปด้านใน จึงสันนิษฐานว่า หากมีคนเป็นลมติดอยู่ภายใน คนที่เข้าไปช่วยจะต้องปิดประตูเพื่อทำการช่วย ก็จะมีการสูดดมสารเคมีเข้าไปด้วย

ขณะที่ต่อมาเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้มีการไปหาซื้อผลิตภัณฑ์ล้างท่ออุดตัน แบบเดียวกัน มาทำการตรวจพิสูจน์ พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นของเหลวสีดำ เป็นซัลฟิวลิก ที่มีความเข้มข้นสูง และไม่สามารถนำไปใช้ร่วมกับสารที่มีฤทธิเป็นด่าง โดยเฉพาะโซดาไฟ หากนำไปใช้ร่วมกันแล้วไปเจอสิ่งอุดตันภายในท่อจะทำปฏิกิริยา กลายเป็นก๊าซไข่เน่า มีควันพวยพุ่งขึ้นมา ในอดีตก็เคยมีกรณีการเสียชีวิตจากก๊าซไข่เน่ามาแล้ว

สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ หาซื้อได้ยาก ไม่มีขายในห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่จะพบในร้านขายวัสดุก่อสร้าง ขณะที่เบื้องต้น พบเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลขทะเบียนอย. และไม่มีทะเบียนวัตถุอันตรายที่ใช้ในการสาธารณสุข โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จะรายงานผลการตรวจสอบให้กับตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีดำเนินการต่อไป

ด้าน พ.ต.อ.หญิง วิภาวดี เกษมวรภูมิ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มงานตรวจทางเคมี ฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง กล่าวว่า จากรายงานทางวิชาการ ปริมาณของก๊าซไข่เน่าที่ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีหลายระดับ ปริมาณ 50 ppm จะทำให้ระคายเคืองตา และเยื้อบุทางเดินหายใจอักเสบ แต่ถ้าหากก๊าซมีปริมาณ 500 ppm จะส่งผลทำให้มีอาการคลื่นไส้หมดสติ หากเกิน 500 ppm จะทำให้ขาดอ็อกซิเจนและหยุดหายใจเฉียบพลัน

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตตอนนี้ยังอยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างละเอียด ถ้าเกิดจากผลิตภัณฑ์ล้างท่ออุดตันที่ไม่มีอยู่ก็สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ตามกฎหมาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผบ.ตร. สั่งล้อมคอก! ยกระดับคุมเข้มอาวุธปืนและรักษาความปลอดภัยทั่วประเทศ ปูพรมกวาดล้างทุกมิติ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการ

เปิดปมหึงเลือด! นศ.ปวส.กลับห้องแฟน เจอภาพบาดตา ก่อนหนุ่มจีนดับสลด

คดีหนุ่มจีนวัย 20 ปี เสียชีวิตในหอพักย่านนาจอมเทียน ตำรวจตามตัวนักศึกษา ปวส.2 ก่อนผู้ปกครองพาเข้ามอบตัว เจ้าตัวเปิดปากเล่านาทีเข้าไ

'ศุภมาส' กำชับกรมประชาฯ-อสมท สกัดข่าวปลอมคดี 5 ศพ

"ศุภมาส" กำชับ "กรมประชาสัมพันธ์-อสมท" กู้ความเชื่อมั่นคดี 5 ศพ แจ้งข้อเท็จจริงถึงสายตาต่างชาติ "ชัวร์ก่อนแชร์" สกัดข่าวปลอมซ้ำเติมครอบครัวเหยื่อ

จ.ชลบุรี คึกคัก! “แม็คโคร” ขนทัพสินค้า-เทคโนโลยี AI จัดงานใหญ่ “โชห่วยโชว์โปร ออนทัวร์” หนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นสร้างกำไรยั่งยืน

แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินหน้าเคลื่อนทัพกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จัดงานใหญ่เพื่อผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย

'นายกเบียร์' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รับตำแหน่งสมัย 2 อย่างเป็นทางการ

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้นำทีมว่าที่ผู้บริหารเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการเมืองพัทยา

'บิ๊กราญ' สั่ง 'นพศิลป์' ทลายแก๊งนอมินีต่างด้าว 41 จุด ชลบุรี

'บิ๊กราญ' สั่งการ 'พล.ต.ท.นพศิลป์' Operation 'ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4' ในพื้นที่ จ.ชลบุรี 41 เป้าหมาย 33 บริษัท มูลค่าความเสียหาย 235 ล้านบาท