อัยการประสานสิงคโปร์อายัดทรัพย์ คดี 'จุฑามาศ' อดีตผู้ว่าททท. รับสินบนจัดเทศกาลหนัง

26 ม.ค. 2565 - ที่ Press Center ชั้น 2 อาคารเอ ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ในการแถลงผลงานของสำนักงานอัยการสูงสุด รอบปี 2564 และทิศทางการดำเนินงานเชิงรุก ในปี 2565 นายจุมพล พันธุ์สัมฤทธิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ กล่าวว่า ส่วนภารกิจด้านต่างประเทศจะเน้นที่การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ด้านความร่วมมือต่างประเทศในคดีอาญา การส่งผู้ร้ายข้ามแดน และความร่วมมือความยุติธรรมในภูมิภาคเอเชีย เครือข่ายยุโรปซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 39 ประเทศ

โดยมีคดีล่าสุดที่อยู่ระหว่างดำเนินการยึดทรัพย์เพิ่มเติมคือ คดีนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. รับสินบนจัดเทศกาลหนังสินบนข้ามชาติ แม้ขณะนี้คดีอาญาจะถึงที่สุดแล้ว ผู้ต้องหายังอยู่ในเรือนจำ แต่คดีทางเพ่งยังไม่จบเนื่องจากพบว่ามีการโอนเงินระหว่างประเทศหลายทอด โดยเฉพาะในยุโรปหลายบัญชีในธนาคารหลายแห่ง และมีบัญชีหนี่งอยู่ในประเทศสิงคโปร์จึงประสานอัยการสิงค์โปร์เพื่อให้อายัดทรัพย์ไว้ก่อน ซึ่งในประเทศไทยคดีติดตามทรัพย์ยังไม่ถึงที่สุด ซึ่ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และอัยการยังติดตามทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศอยู่ ขณะนี้ศาลสิงค์โปร์ได้มีการอายัดทรัพย์แล้ว รอคำพิพากษาจากศาลไทย คาดว่าในปีนี้จะได้ทรัพย์ส่วนนี้ส่งคืนให้กระทรวงการคลัง ส่วนที่ยังเหลือในประเทศอื่นๆ ทางปปง. และอัยการจะเร่งตามทรัพย์คืนต่อไป

นายจุมพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีคดีเครือข่ายค้ายาเสพติดของนางชญาธร ซึ่งได้เงินจากการค้ายาเสพติดในไทย แล้วนำเงินไปฝากที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประมาณ 140 ล้าน อัยการจึงประสานไปศาลสวิสฯ ให้ริบเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อส่งให้คืนให้ไทย แต่การส่งคืนให้ไทยจะต้องมีการแบ่งปันทรัพย์สิน เบื้องต้นขอมติครม.เพื่อเจรจาการแบ่งปันทรัพย์สิน ซึ่งครม.ได้มีมติให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าเจรจา โดยมีปปง. กระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ คาดว่าไตรมาสที่ 2 จะได้เงินจากประเทศสวิสฯกลับคืนมา

อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีคดีเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งทำผิดกฎหมายค้ายาเสพติดติด สิ่งผิดกฎหมายและอาวุธ พบว่ามีเงินส่วนหนึ่งอยู่ในไทยและต่างประเทศประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งในต่างประเทศได้ริบไว้ 600 ล้านบาท ในไทย 300 ล้านบาท คำพิพากษาของศาลสหรัฐฯ ระบุว่าให้ยึดทั้งหมด แต่คดียังไม่สิ้นสุด และมีแนวโน้มจะได้เงินจำนวน 300 ล้านบาทกลับคืน แต่ต้องหารือกับศาลสหรัฐว่าจะมีระบบแบ่งปันทรัพย์สินอย่างไร เนื่องจากเป็นคดียาเสพติดไม่ใช่คดีทุจริตคอรัปชั่นฯ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาคเอกชนฝากรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้องประชาชน

ภาคเอกชนฝากรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้องประชาชน รวมถึงแก้ปัญหาคอร์รัปชัน เป็นวาระแรก ชี้ทีมเศรษฐกิจมืออาชีพคือกุญแจฟื้นความเชื่อมั่น

สะดุ้ง! ดร.กิตติธัช ฟาดอดีตนักการเมือง-นักเล่าข่าว มือถือสากปากถือศีล

ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กว่าความแปลกประหลาดใหม่ในการเมืองยุคนี้

'บวรศักดิ์' ประสานอัยการสูงสุด บอกเลิกสัญญาเอกชน - ฟ้องเรียกค่าเสียหาย กรณีเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้ว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไ

แถลงการณ์ ฉ.2 เรียกร้องผู้พิพากษา ตุลาการ องค์กรวิชาชีพกฎหมาย ไล่บี้กรรมการ ป.ป.ช. ลาออก คดีสินบนทองคำ

ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง ความรับผิดชอบทางจริยธรรมของกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีเนื้อหาว่า สืบเนื่องจากแถลงการณ์ฉบับที่ 1

ผบ.ตร. ยันทำคดีสินบนทองตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่มีแย่งสำนวนกับ ปปช.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำเชื่อมโยง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. กับ กรรมการ ป.ป.ช.