
รบ. เผย ตัวเลขอาชญากรรมออนไลน์ลดฮวบปี 67 ลดลง 21.74% รัฐสั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้ปลอดภัยขึ้นภายใต้กฎหมาย DPS คาดปีนี้ ต้องลดให้ได้อย่างน้อย 70%
9 ก.พ. 2568 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากรายงานสรุปสถิติการรับแจ้งเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ โดยศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) พบว่า ปี 2567 (ม.ค.-ธ.ค.) มีเรื่องร้องเรียนปัญหาออนไลน์ ทั้งหมด 35,358 เรื่อง ลดลง 21.74% จากปี 2566 ที่พบทั้งหมด 45,190 เรื่อง
สำหรับ กลโกงที่เหล่ามิจฉาชีพ 5 อันดับแรก ที่ถูกร้องเรียนเข้ามามากที่สุด คือ
1.ปัญหาการซื้อขายออนไลน์ (ได้ของไม่ตรงปก ไม่ได้รับสินค้า สินค้าปลอม) มากถึง 15,050 เรื่อง คิดเป็น 42.56%
2.ปัญหาเว็บไซต์ผิดกฎหมาย (เว็บพนัน เว็บดูดเงิน แอบอ้าง/ปลอมแปลงตัวตน หลอกขายสินค้า) จำนวน 11,371 เรื่อง คิดเป็น 32.16%
3.ปัญหาอื่นๆ หรือสอบถามข้อสงสัย (ข้อมูลทั่วไป การถูกข่มขู่หรือคุกคาม) จำนวน 3,039 เรื่อง คิดเป็น 8.59%
4.ปัญหาหลอกลงทุน และทำงานออนไลน์ (ลงทุนเพื่อทำงานออนไลน์ หลอกให้กู้เงิน แต่ไม่ได้เงิน หลอกลงทุนคริปโทฯ) จำนวน 1,564 เรื่อง คิดเป็น 4.42%
5.ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ (ความผิดทางคอมพิวเตอร์ แอปพลิเคชันดูดเงิน โปรแกรมไม่พึงประสงค์) จำนวน 1,311 เรื่อง คิดเป็น 3.71%
นางสาวศศิกานต์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มุ่งส่งเสริมให้คนไทยทำธุรกรรมออนไลน์อย่างปลอดภัยภายใต้กฎหมาย DPS (Digital Platform Services) ที่ไม่เพียงกำหนดให้ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาแจ้งข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนก่อนให้บริการเท่านั้น แต่ยังต้องมีมาตรการในการดูแลเยียวยาผู้ใช้บริการที่สอดคล้องตามกฎหมายอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังยกระดับมาตรฐานบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทุกคนวางใจได้ ด้วยการใช้เครื่องหมายรับแจ้ง “ETDA DPS NOTIFIED” ที่จะเป็นช่องทางในการตรวจสอบแหล่งที่ตั้งของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เพื่อให้มั่นใจได้ว่า บริการแพลตฟอร์มที่เลือกใช้มีตัวตนจริง ติดต่อได้ พร้อมเสริมบทบาทให้ศูนย์ 1212ETDA เป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องเรียนที่เกิดจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการจัดการปัญหาให้เร็วที่สุด โดยเป้าหมายของรัฐบาลต้องลดอาชญากรรม ประเภทนี้ทุกรูปแบบ โดยปีนี้ได้ออกพระราชกำหนดและมาตรการขั้นเด็ดขาดต่าง ๆ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถลดอาชญากรรมประเภทนี้ได้ไม่น้อยกว่า 70%
รัฐบาลดำเนินการเชิงรุกเพื่อปราบกลโกงจากมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการผนึกกำลังทุกภาคส่วน สนับสนุนการนำกฎหมายดิจิทัลมาปรับใช้ เพื่อให้แพลตฟอร์มมีมาตรการป้องกันและเยียวยา ทั้งนี้ ผู้ถูกหลอกลวงทางออนไลน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตือนภัยผู้สูงอายุ คนจีนทำเป็นญาติสนิทหิ้วโสมมาฝากก่อนสูญเงินหมื่น
เตือนภัยผู้สูงอายุ ถูกมิจฉาชีพคนจีนทำเป็นญาติคนสนิทหิ้วโสมมาฝากก่อนควักเงินกว่าหมื่นบาทให้ไป
นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ
หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง
ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว
รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน
สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.
สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติ อย่าหลงกลมิจฉาชีพ
รัฐบาลเตือนประชาชนทำบุญอย่างมีสติไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ กำชับตรวจเข้มคุมราคาสินค้า คาดวันหยุดยาว-ไทยช่วยไทย ดันค่าใช้จ่ายสะพัดกว่า 4 พันล้านบาท

