นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้รากปัญหา “กองทุนประกันสังคม” เกิดจากถูกระบบราชการครอบไว้ นโยบายจึงไม่ตอบโจทย์ผู้ประกันตน เสนอทางออก ต้องแยก สปส. ออกจากกระทรวงแรงงาน ให้มีความอิสระเช่นเดียวกับ สปสช. ที่บริหารกองทุนบัตรทอง
21 ก.พ.2568 - ผศ.ดร.ธร ปีติดล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงข้อเสนอในการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคมเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ตอนหนึ่งว่า กองทุนประกันสังคมที่บริหารจัดการโดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ในปัจจุบันยังอยู่ภายใต้กระทรวงแรงงาน ส่วนตัวเสนอว่าเพื่อความโปร่งใสและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อผู้ประกันตน ควรแยก สปส. ออกมาให้มีความเป็นอิสระจากระบบราชการ
ทั้งนี้ อาจจัดตั้งขึ้นมาเป็นหน่วยงานเฉพาะที่มีกฎหมายหรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งเป็นของตัวเอง เช่นเดียวกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่แยกบทบาทการบริหารจัดการและงบประมาณออกมาจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
ผศ.ดร.ธร กล่าวว่า สปสช. ซึ่งที่ทำหน้าที่บริหารจัดการงบประมาณและดูแลสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง หรือ 30 บาท) เป็นหน่วยงานที่แยกส่วนการทำงานออกมาจาก สธ. โดยทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้รับบริการ-ผู้ซื้อบริการ ซึ่งจะทำให้ สปสช. มีความชัดเจน และมีอิสระจากการควบคุมของระบบราชการ สปสช.ที่บริหารในรูปแบบคณะกรรมการ (บอร์ด) จึงสามารถจัดบริการทางสุขภาพที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้ใช้สิทธิบัตรทองได้ง่ายและคล่องตัว และยังใช้งบประมาณต่อหัวของประชากรเป็นจำนวนไม่มากนัก
นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวต่อไปอีกว่า สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในอนาคตคือการเพิ่มสัดส่วนและดึงการมีส่วนร่วมจากผู้ประกันตนให้เข้ามามีส่วนในการบริหารจัดการให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความยั่งยืน ตลอดจนสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกันตน แต่แน่นอนว่า ข้อเสนอนี้คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจาก สปส. ยังมีโครงสร้างของระบบราชการคอยกำกับไว้
“รากของปัญหาในท้ายที่สุดแล้ว คือการที่ประกันสังคมถูกระบบระเบียบราชการครอบไว้อีกขั้นหนึ่ง มันจึงทำให้มีอิสระในการตอบโจทย์ผู้ประกันตนได้ไม่ชัดเจนและไม่เกิดบทบาทอย่างที่กองทุนนี้ควรจะเป็น” ผศ.ดร.ธร กล่าว
เมื่อถามถึงข้อเสนอโอนย้ายการจัดบริการรักษาพยาบาลผู้ประกันตนจาก สปส. ให้ สปสช. ดูแลแทน โดยให้ สปส. ทำเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์และสวัสดิการทางสังคมอื่นๆ ผศ.ดร.ธร กล่าวว่า ข้อเสนอนี้อาจจะทำให้ผู้ประกันตนไม่อยากจ่ายสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมอีกต่อไป ส่วนตัวเห็นว่า หากปฏิรูปให้ สปส. สามารถบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพจะเกิดดอกผล ผลประโยชน์ ขึ้นอีกมากมายในอนาคต โดยประกันสังคมจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยประหยัดงบประมาณของประเทศในเรื่องรายจ่ายสวัสดิการจากภาษี ช่วยแบกรับและอุดช่องโหว่ความขาดแคลนการเข้าถึงสวัสดิการต่างๆ ของประชาชน จึงเห็นว่า ประกันสังคมควรบริการจัดการสิทธิประโยชน์ต่างๆ ด้วยตนเองต่อไป ทว่าจะต้องมีความยืดหยุ่น ปรับตัว จนก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 71 ใช้มาตรฐานโลกยกเครื่องเศรษฐกิจ-ราชการ-การศึกษา
รัฐบาลเดินหน้าไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ตั้งเป้าปี 2571 มอบ 34 หน่วยงานเร่งปรับกฎหมาย-นโยบายตามมาตรฐานสากล ชูผล PISA 2025
รบ. การันตี 27 ก.ย. เลือกตั้ง 'บอร์ด สปส.' เพิ่มคูหารองรับ 5 ล้านคน
รัฐบาลการันตี 27 ก.ย. นี้ เดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขยายคูหา 5 พันหน่วย ลงลึกถึงระดับอำเภอ รองรับผู้ลงคะแนนกว่า 5 ล้านคน
'ปกรณ์' เลิกคำ 'ปฏิรูประบบราชการ' ชี้ภาพจำล้มเหลว
“ปกรณ์” ขอเปลี่ยนจาก “ปฏิรูประบบราชการ” เป็น “พัฒนาประสิทธิภาพระบบราชการ” ชี้คำเดิมกลายเป็นภาพจำตั้งกรรมการ-คณะทำง
รัฐบาลขยับแผนเกษียณก่อนกำหนด ข้าราชการ 2 กลุ่ม ลุ้นเงินก้อนไม่เกิน 12 เท่า
รัฐบาลเดินหน้าปฏิรูประบบราชการ “รัฐขนาดเล็ก คล่องตัว โปร่งใส” เคาะหลักการเกษียณก่อนกำหนด ข้าราชการอายุ 50 ปี
ปลดล็อกท้องถิ่นตั้ง 'โรงเรียนผู้สูงอายุ' นักวิชาการ มธ. ห่วงงบจำกัด-กำลังคนไม่พอ
นักวิชาการธรรมศาสตร์ มองประกาศฉบับใหม่ เปิดช่อง “ท้องถิ่น” ตั้ง “โรงเรียนผู้สูงอายุ” เป็นสิ่งที่ดี ช่วยคลายกังวล อปท. ได้ แต่ด้วยข้อจำกัด “งบประมาณ-มาตรฐานโรงเรียน” จึงเป็นทั้งการปลดล็อก – ความท้าทายใหม่ ระบุโจทย์ใหญ่ของระบบการดูแลผู้สูงวัยไทยคือกำลังคนด้านการดูแลผู้สูงอายุไม่พอ แนะรัฐจ่ายค่าตอบแทนดึงคนให้อยู่ในระบบ
นักวิชาการ มธ. ห่วงเหตุรุนแรงถี่ คนไทยเสี่ยงหวาดระแวงทั้งสังคม
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ชี้ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคม เสี่ยงทำคน“เครียด - วิตกกังวล - รู้สึกไม่ปลอดภัย” กระทบทั้งสุขภาพจิต - กาย หากปล่อยไว้จะกลายเป็นหวาดระแวงทั้งสังคม แนะ 3 วิธีป้องกันผลกระทบทางใจสำหรับทุกคน พร้อมจี้ภาครัฐ เร่งจัดการปัญหาอย่างจริงจัง สร้างความเชื่อมั่นให้ ปชช. ส่วนสื่อควรนำเสนอเนื้อหาอย่างเหมาะสม ไม่เน้นเร้าอารมณ์เกินไป

