จับเรือประมงอินโดนีเซีย 2 ลำพร้อมลูกเรือ 19 คน รุกล้ำน่านน้ำภูเก็ต

28 ม.ค. 2565 - เมื่อเวลา 10.00 น. พลเรือตรีทินกร กาญจนเตมีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานศรชล.ภาค3 ,นาวาเอกพิเชษฐ์ ซองตัน ผู้อำนวยการกองสารนิเทศ สำนักฝ่ายอำนวยการ ศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ,พ.ต.ท.จีรยุทธ นิยมเดช สารวัตรสถานีตำรวจน้ำภูเก็ต, นายณชพงศ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ,นายไพโรจน์ ก้องสุวรรณคีรี ผู้แทนหัวหน้าด่านตรวจประมงภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมเรือประมงสัญชาติอินโดนีเซีย จำนวน 2 ลำ รุกล้ำน่านน้ำลักลอบจับสัตว์น้ำในเขตน่านน้ำภูเก็ต

น.อ.พิเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ ได้รับมอบหมายจาก พล.ร.ท.สมพงษ์ นาคทอง ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 ให้ดำเนินการแถลงข่าวการจับกุมเรือประมงอินโดนีเซีย โดยการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้บังคับการเรือหลวงแกลง กำลังนำเรือออกทำการลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเลเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และการกระทำความผิดในทะเล ตามแผนการปฏิบัติงานอยู่นั้น

เวลาประมาณ 16.00 น. ได้ตรวจพบเรือประมงอินโดนีเซียจำนวน 2 ลำ กำลังทำการประมงในน่านน้ำไทย บริเวณทางทิศตะวันตกของเกาะภูเก็ต ห่างจากฝั่งประมาณ 38.5 ไมล์ทะเล (แบริ่ง 270 องศาจากเกาะภูเก็ต ระยะห่างจากฝั่งประมาณ 38.5 ไมล์ทะเล) จึงได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุม

ผลการตรวจค้นเรือประมงอินโดนีเซียลำที่ 1 ชื่อเรือ SINAR MAKMUR 05 ลักษณะเรือ เป็นเรือประมง ตัวเรือสีเขียว เก๋งเรือสีน้ำเงิน มิติเรือ กว้าง 4.6 เมตร ยาว 14.5 เมตร ขนาดเรือ 25 ตันกรอส ลูกเรือ 14 คนรวมไต๋เรือ ในจำนวนนี้มี 1 คน อายุ 13 ปี การตรวจระวางเรือ ตรวจพบปลาในระวางครึ่งระวาง

ผลการตรวจค้นเรือประมงอินโดนีเซียลำที่ 2 ชื่อเรือ KM.BAHAGIA 02 ลักษณะเรือ ตัวเรือสีขาว เก๋งเรือสีส้ม มิติเรือ กว้าง 3.2 เมตร ยาว 13.05 เมตร ลูกเรือ 5 คนรวมไต๋เรือ

หลังจากที่ได้ดำเนินการตรวจค้นและจับกุมแล้ว ได้ควบคุมเรือประมงอินโดนีเซียทั้ง 2 ลำ พร้อมลูกเรือทั้งหมด กลับเข้าสู่ฝั่งโดยจะทำการเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือรัษฎาจังหวัดภูเก็ต ในเช้าวันที่ 28 มกราคม 2565 เพื่อส่งมอบผู้กระทำผิดทั้งหมดให้เจ้าพนักงานดำเนินการทางกฎหมายในการส่งฟ้องศาล การฝากขัง ส่วนของกลางเรือทั้งสองลำ ในขั้นต้นจะเก็บไว้ที่ท่าเรือรัษฎาแห่งนี้ รอคำพิพากษาของศาลว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร

เบื้องต้น ทางด่านตรวจประมงภูเก็ต ได้แจ้งข้อกล่าวหา การเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และทำประมงไม่ได้รับอนุญาตในน่านน้ำไทย

ทั้งนี้ การจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของปี 2565 ที่ผ่านมา ในปี 2564 มีการจับกุมเรือประมงอินโดนีเซียที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทยได้ 1 ครั้ง ปัจจุบันผู้ต้องหายังถูกจำขังอยู่ในประเทศไทย ส่วนของกลาง(เรือประมงอินโดนีเซีย) ยังคงจอดเก็บไว้ที่ท่าเรือรัษฎาแห่งนี้

สถิติการรับแจ้งว่ามีเรือประมงอินโดนีเซียลักลอบเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทย ในแต่และปี มากกว่า 10 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นการเข้ามาลักลอบขโมยอุปกรณ์ดักจับปลาของเรือประมงไทย ที่วางดักปลาไว้ แต่เมื่อทางเราได้รับแจ้ง และนำเรือออกไปจับกุม เรือเหล่านั้นก็หนีออกไปยังน่านน้ำอินโดนีเซีย ไม่สามารถจับกุมได้ทัน สร้างความเสียหายให้กับชาวประมงไทยอย่างมหาศาล

ทางด้าน พลเรือตรี ทินกร กล่าวว่า การที่เรือประมงอินโดนีเซียได้ลักลอบเข้ามากระทำการเช่นนี้ ได้สร้างความเสียหายต่อภาคเศรษฐกิจของไทย และสร้างความเสียหายโดยตรงต่อชาวประมงไทย ซึ่ง เครื่องมือประมง(ซั้ง) ที่วางไว้มีราคาหลายหมื่นบาท วันนี้จับกุมเรืออินโดนีเซีย ได้ 2 ลำ ความผิด ทางประมงได้แจ้งว่า ทำการประมงโดยไม่ได้รับอนุญาตในน่านน้ำไทย เมื่อมีการจับกุมเพิ่มขึ้น ต่อไปปัญหาจะลดลง เพราะเขาคงจะกลัวการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดของเรา

ในส่วนเจ้าของเรือ ส่วนใหญ่ที่ผ่านมา จับกุมได้เป็นเรืออินโดนีเซีย ส่วนเรือไทยที่จับกุมได้ใช้เครื่องมือผิดประเภท ในพื้นที่หวงห้าม ซึ่งศรชล.ภาค 3 รับผิดชอบพื้นที่ 6 จังหวัดอันดามัน มีความพร้อมดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล มีการเฝ้าระวังป้องปรามการทำผิดกฎหมาย ทั้งเรือ อากาศยาน การบังคับใช้กฎหมาย การตรวจที่ท่าเรือต่างๆ

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 มีความมุ่งมั่นอย่างเต็มความสามารถ ที่จะรักษาผลประโยชน์ของท่าน ที่มีอยู่ในทะเลอันดามันแห่งนี้ สามารถติดตามการปฏิบัติงานของ ศรชล.ภาค 3 ได้ทาง Face Book โดยค้นหาคำว่า ศรชล.ภาค 3 และสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารเหตุต่างๆ เพื่อให้ ศรชล.ภาค 3 เข้าคลี่คลายสถานการณ์ ที่หมายเลข 065 668 1700 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้าน นายณชพงศ์ ประนิตย์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต กล่าวว่า กรณีนี้ต้องตรวจเรือของกลางที่มีการจับกุมเข้ามา พิสูจน์อัตลักษณ์ของเรือ เอกสารเรือ ลักษณะเรือการจดทะเบียนต่างๆ หมายเลขเครื่องยนต์วัดขนาดเรือจำนวนตันกรอส เพื่อเปรียบเทียบสัญชาติเพื่อประกอบการดำเนินคดี ในส่วนพื้นที่เกิดเหตุอยู่นอกเขตที่เจ้าท่ารับผิดชอบเกิน12ไมล์ทะเล ในการดำเนินการแจ้งเรือเข้าออกยังไม่เข้าฐานความผิดพ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่ม 1 ก.พ. เปิดยื่นใบอนุญาตประมงรอบใหม่ ผ่อนปรนเงื่อนไขช่วยชาวประมง

กรมประมงเปิดรับคำขอใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์และพื้นบ้าน รอบปี 2569-2570 ระหว่าง 1-28 ก.พ. ผ่อนคลายข้อจำกัดเรือจม-อับปาง

เปิดภาพ ทหารกัมพูชา ซุ่มขุดคูเลต 3 พื้นที่ ยาวกว่า 1 กม. เผชิญหน้าทหารไทย

กรณี ทหารกัมพูชาขุดคูเลต ตรงข้ามพื้นที่บ้านสามหลัง จ.ตราด ใน 3 พื้นที่บ้านท่าเส้น บ้านหนองรีและบ้านชำราก ว่า เขาดําเนินการในพื้นที่ของเขา สถานการณ์ขณะนี้ เป็นการวางกําลังเผชิญหน้ากับทหารไทย

แรงงานเขมรนับร้อยหนีตาย ลอบข้ามแดนเข้าไทย

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 06.00 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน (ฉก.นย.) จันทบุรี

ทร.แจงเหตุแก๊งจีนรื้อลวดหนามบ้านท่าเส้น ฉก.นย.ผลักดันกลับพร้อมวางแนวลวดหนามใหม่

ทร. แจงเหตุแก๊งจีนรื้อลวดหนาม บ้านท่าเส้น หวังเอาทรัพย์สินคืน ไม่พบเจตนาละเมิดไทย ฉก.นย.ผลักดันกลับ พร้อมวางแนวลวดหนามใหม่ ยืนยันควบคุมพื้นที่ตามแนววางกำลังตามข้อตกลงร่วม ยอมรับไม่สบายใจ แต่พยายามทำดีที่สุด