รบ.ตีปี๊บ 4 แบงก์รัฐขานรับนโยบายลดดอกเบี้ย 0.25%

รัฐบาลลุยกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แบงก์รัฐขานรับนโยบายลดดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% หนุนประชาชน-ผู้ประกอบการ ลดภาระหนี้ เสริมสภาพคล่อง คาดไตรมาสแรกของปีนี้ 'จีดีพี' เติบโตอย่างคึกคักแน่

06 มี.ค.2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลผลักดันมาตรการลดดอกเบี้ย เพื่อลดต้นทุนทางการเงินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ มีธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้ว 4 แห่ง หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี เพื่อให้สภาวะการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ สอดคล้องกัน และไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.ธนาคารออมสิน ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MLR และ MOR ลง 0.25% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายใหญ่ (MLR) ลดเหลือ 6.65% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้าใช้วงเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 6.495% ต่อปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2568 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายย่อย (MRR) ยังคงอัตราเดิมที่ 6.595% ต่อปี

2.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) MLR ลด 0.10% ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงสุด 0.25% ต่อปี ได้แก่ 1) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลดลง 0.10% ต่อปี จากปัจจุบัน 6.250% ต่อปี เป็น 6.150% ต่อปี 2) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ปรับลดลง 0.25% ต่อปี จากปัจจุบัน 6.40% ต่อปี เป็น 6.150% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2568 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ยังคงอัตราดอกเบี้ยเดิมไว้ที่ 6.545% ต่อปี พร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเพื่อประโยชน์ของผู้ออม

3.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุด 0.25% ต่อปี ประกอบด้วย 1) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดลง 0.15% ต่อปี จาก 6.875% ต่อปี มาอยู่ที่ 6.725% ต่อปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรลูกค้ารายย่อย ธ.ก.ส. 2) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าประเภทเงินเกินบัญชี (MOR) ลดลง 0.25% ต่อปี จาก 6.875% ต่อปี มาอยู่ที่ 6.625% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป

4.ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate ลง 0.10% ต่อปี เหลือ 6.25% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ EXIM BANK ใช้สำหรับลูกค้าทั่วไปและลูกค้า SMEs เทียบเท่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อยชั้นดีหรือ MRR ของธนาคารพาณิชย์ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. 2568 เป็นต้นไป

“มาตรการลดดอกเบี้ยของธนาคารรัฐครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบรรเทาภาระหนี้สินของประชาชน ควบคู่ไปกับการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SME เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกระดับ ทั้งนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าผลักดันมาตรการทางการเงินอื่น ๆ ควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจที่ช่วยให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าในไตรมาสที่หนึ่งของปีนี้จีดีพีจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นางสาวศศิกานต์ กล่าวย้ำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์

รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย

'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา

รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท

รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!

รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ

ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI

'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี