กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 6 เตือนอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก 17-20 มี.ค.

17 มี.ค. 2568 – นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง (มีผลกระทบบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 17-20 มีนาคม 2568) ฉบับที่ 6 โดยมีใจความว่า

ในช่วงวันที่ 17-20 มี.ค 68 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ในวันที่ 17 มี.ค 68 หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคอื่นๆ อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง หรืออยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ส่วนเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 17 มีนาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก

ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 17-20 มี.ค. 68 ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนล่างจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างและห่างฝั่งทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าวไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' สั่งเร่งระบายน้ำทั่วประเทศ ห่วงประชาชน-ผู้ป่วย ระดมเครื่องสูบน้ำช่วยแล้วกว่า 9,000 ครัวเรือน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมทรัพยากรน้ำผนึกกำลังจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำท่วมขัง โดยระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรลงพื้นที่เร่งระบายน้ำจากชุมชน เส้นทางสัญจร และพื้นที่สำคัญ พร้อมเปิดพื้นที่หน่วยงานเป็นจุดพักพิงและที่จอดรถรองรับประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด

ถก 'ครม.นัดพิเศษ' เตรียมประกาศวันหยุดราชการสัปดาห์หน้า

นายกฯอนุทิน ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ วันนี้ในเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล และการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล

นายกฯเรียกประชุมครม.นัดพิเศษบ่ายสอง แก้ไขสถานการณ์น้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องจากพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้ง กทม. และปริมณฑล ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำท่วมสะสม

รมว.สุชาติ สั่งการกรมป่าไม้ นำกำลังลุยน้ำท่วม ช่วยอพยพชาวบ้าน-กลุ่มเปราะบาง เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงในพื้นที่สระแก้วและฉะเชิงเทรา

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยสั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิดและเต็มความสามารถ

ประกันสังคมแจ้งสิทธิ ม.33 น้ำท่วมไปทำงานไม่ได้ รับเงินทดแทน 50% สูงสุด 90 วัน

สำนักงานประกันสังคมย้ำสิทธิผู้ประกันตน ม.33 ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ จนไม่สามารถไปทำงานได้ หรือนายจ้างต้องหยุดกิจการชั่วคราวและไม่ได้รับค่าจ้าง สามารถขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย รับ 50% ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน