กระทรวงเกษตรฯ ยืนยัน บริหารจัดการน้ำเขื่อนลำตะคองให้เพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค การเกษตรและอุตสาหกรรม ตลอดฤดูแล้งอย่างแน่นอน พร้อมเตรียมแผนการใช้น้ำเข้าสู่ฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงอีกไม่วันข้างหน้า
25 เมษายน 2568 - นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผย รายงานของกรมชลประทานเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ (ณ 23 เม.ย. 68) มีปริมาณน้ำรวมกัน 44,821 ล้าน ลบ.ม. (59% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 20,882 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 14,048 ล้าน ลบ.ม. (56% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 7,352 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้ทั้งประเทศมีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 28,396 ล้าน ลบ.ม. (97% จากแผนฯ) ในส่วนของผลการทำนาปรังทั้งประเทศ มีการเพาะปลูกไปแล้วกว่า 9.99 ล้านไร่ (100% จากแผนฯ) เก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วประมาณ 6.07 ล้านไร่ (61% ของผลการเพาะปลูก)
นายเอกภาพ กล่าวว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือในการใช้น้ำตามแนวทางบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2567/68 ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำของทุกภาคส่วน นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่ฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงอีกไม่วันข้างหน้า ด้วยการวางแผนส่งน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำได้เพาะปลูกข้าวนาปี และเก็บเกี่ยวผลผลิตให้แล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากปี 2568 จะมาถึง ช่วยลดความเสี่ยงต่อผลผลิตเสียหาย รวมไปถึงดำเนินการกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้น ตามนโยบายของนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
สำหรับสถานการณ์ภัยแล้งและสถานการณ์น้ำในเขื่อนต่างๆ ของจังหวัดนครราชสีมา กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการรับมือและเตรียมการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งไว้ล่วงหน้าหากฝนทิ้งช่วง โดยได้ดำเนินการส่งน้ำจากเขื่อนมูลบนและเขื่อนลำแชะ ลงลำน้ำมูลเพื่อสนับสนุนผลิตประปาของประปาส่วนภูมิภาค (หน่วยบริการเฉลิมพระเกียรติ) เพื่อสูบน้ำเข้าสู่บ่อพักผลิตน้ำประปา ซึ่งขณะนี้มีความจุ 4.1 ล้าน ลบ.ม. หรือน้ำเต็มบ่อแล้ว ส่งผลให้ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรนั้น พบว่าฝั่งเขื่อนลำมูลและเขื่อนลำแชะไม่มีปัญหา เนื่องจากมีพายุฤดูร้อนพัดผ่านจังหวัดนครราชสีมาและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ยกเว้นฝั่งของเขื่อนลำตะคองปัจจุบันเหลือปริมาณน้ำใช้การได้ประมาณ 9-10 เปอร์เซ็นต์ ของความจุ 314 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศน์และน้ำเพื่อการอุตสาหกรรมยังคงมีการบริหารจัดการน้ำที่ดี ยังไม่พบปัญหาอะไร ทั้งนี้ ในพื้นที่เขตชลประทานทุกพื้นที่ ยังไม่พบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค เนื่องจากปริมาณน้ำยังสามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้เพียงพอ ส่วนน้ำเพื่อการเกษตรในบางพื้นที่ น้ำเพื่ออุตสาหกรรม และน้ำเพื่อระบบนิเวศน์ คำนวณไว้แล้วว่ามีเพียงพอตลอดฤดูแล้งอย่างแน่นอน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภูมิใจไทย จ้องยึด 'เกษตร' สมการต่อรองกล้าธรรมร่วมรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ถึงความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคได้มีการประเมินคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชื่อว่าจะมีการประกาศรับรองผลเลือกตั้งโดยเร็ว จึงจำเป็นต้องรีบจัดตั้งรัฐบาล โดยล่าสุดพรรคภูมิใจไทยได้รวมเสียง โดยพรรคภูมิใจไทย 193 เสียง พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคเล็กทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 35 เสียง
‘ธรรมนัส’ ประกาศยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ราชบุรี ลั่น ‘คืนดีๆ จบไม่คืนยึดหมด’
โฆษกกระทรวงเกษตรฯ เผย “ธรรมนัส” ประกาศยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก.ราชบุรี ลั่นนายทุน “คุยกันดี ๆ คืนดี ๆ ก็ไม่มีปัญหา” ไม่คืนยึดทุกแปลง พร้อมเดินหน้าสอบทุกจังหวัดอย่างจริงรัง
โฆษกเกษตรฯ เตือนริมเจ้าพระยา รับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม
นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาและในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาขณะนี้ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โฆษกเกษตรฯ ยันคุมบริหารจัดการน้ำเข้ม อัปเดตน้ำในอ่าง 470 แห่ง ทั่วประเทศ
โฆษกกระทรวงเกษตรฯ รายงานปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่-กลางรวม 470 แห่ง อยู่ที่ร้อยละ 77 ของความจุทั้งหมด พร้อมย้ำกรมชลประทานเร่งบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา หน่วงน้ำ กระจายน้ำเข้าระบบชลประทาน ลดผลกระทบประชาชนให้ได้มากที่สุด
กษ. ส่งมอบ 'อวนตาข่าย-กะปิ' ถึงมือทหารแนวหน้า เพื่อประโยชน์ทางทหาร-ปกป้องอธิปไตย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับสมาคมประมง มอบวัสดุประเภทอวนให้กองทัพบก ใช้ประโยชน์ทางทหารชายแดนไทย-กัมพูชา โดยนายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกก
อัดงบ 3.9 หมื่นล้าน แจกไร่ละพัน ช่วยชาวนา-ปรับพื้นที่ปลูกข้าว
ชาวนาเฮ! ปลูกข้าวนาปี แจกไร่ละ 1000 บาท ให้ไปซื้อปัจจัยการผลิต 500 บาทต่อไร่ และกรณีปรับเปลี่ยนการผลิตไร่ละ 1,500 บาท วงเงินรวม 39,435.36 ล้านบาท

