กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภาตั้งแท่นกระตุ้นรัฐบาลยกระดับรับมืออุทกภัยแบบยั่งยืน หลังศึกษาดูงานได้องค์ความรู้แดนกังหันลม
03 ก.ค.2568 - คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำโดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธาน และนายจำลอง อนันตสุข เลขาคณะกรรมาธิการ ได้เดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์เพื่อศึกษาดูงานและหารือทวิภาคีด้านการบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายในการนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากประเทศผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำระดับโลก มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในประเทศไทยอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
ช่วงเช้าของวันที่ 30 มิถุนายน คณะฯ ได้เข้าประชุมและศึกษาดูงาน ณ ศูนย์การป้องกันน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โครงการเดลต้า เวิร์คส (Delta Works) โครงการบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล คณะกรรมาธิการฯ ได้เยี่ยมชม เขื่อน Maeslantkering ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางวิศวกรรมการป้องกันพายุขนาดใหญ่ ด้วยระบบปิดกั้นอัตโนมัติที่แม่นยำและรวดเร็ว การศึกษาในส่วนนี้มุ่งเน้นการทำความเข้าใจถึงการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การบูรณาการเทคโนโลยีและข้อมูลในการพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำ รวมถึงนวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ใช้ในการก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมขนาดใหญ่
ในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปยังทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก โดยได้รับเกียรติจาก นายอสิ ม้ามณี เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปเกี่ยวกับนโยบายและการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเนเธอร์แลนด์ นอกจากนี้ ยังได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยชาวไทยจากเดลต้าเรส ได้แก่ นางลัดดาภรณ์ เรืองปาน และ นายปีเตอร์ แจนเซ่น รวมถึงประเด็นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจาก นางสาวภัทรพร เตโจ นักศึกษาปริญญาโทด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
ดร.จำลอง อนันตสุข เลขานุการคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการเรียนรู้ระบบการบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการเดลต้า เวิร์คส ที่ประสบความสำเร็จในการปกป้องเนเธอร์แลนด์จากการถูกน้ำท่วมมานานหลายทศวรรษ คณะกรรมาธิการฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ การบูรณาการข้อมูลและเทคโนโลยีในการพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการนำนวัตกรรมทางวิศวกรรมขั้นสูงมาใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานป้องกันน้ำท่วมขนาดใหญ่
“การเยี่ยมชมเขื่อน Maeslantkering คณะกรรมาธิการฯ ได้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิศวกรรมของเนเธอร์แลนด์ เขื่อนแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมที่สามารถปิดกั้นพายุขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำด้วยระบบอัตโนมัติ คณะกรรมาธิการฯ ได้ศึกษาถึงกระบวนการออกแบบ การก่อสร้าง การบำรุงรักษา รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ซับซ้อนของเขื่อน เพื่อเป็นข้อมูลในการกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐของไทยให้มีการพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพในประเทศไทย” ดร.จำลอง กล่าว
ด้านนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ เผยว่า ต้องขอบคุณเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ที่ได้ประสานงาน ซึ่งเป็นความตั้งใจของคณะกรรมาธิการฯ ในการมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ เพื่อมาดูความสำเร็จของเนเธอร์แลนด์ในการป้องกันน้ำท่วม หลังเคยเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 1,800 คน นับเป็นแรงผลักดันสำคัญให้คณะฯ เดินทางมาศึกษาเรียนรู้ การศึกษาดูงานครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่คณะกรรมาธิการฯ หวังจะใช้เป็นเครื่องมือในการกระตุ้นให้เกิดการบูรณาการแนวคิดและการปฏิบัติในการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย เพื่อรับมือกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
“สิ่งสำคัญที่ได้จากการดูงานครั้งนี้ คือการปรับตัวให้อยู่กับน้ำ มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบจนสามารถทำการเกษตรในพื้นที่ต่ำได้ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการรักษาความเป็นคูคลองไว้เพื่อใช้เป็นแก้มลิงในการเก็บกักน้ำ และการปรับตัวให้อยู่กับน้ำให้ได้ เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการให้ความสนใจ และหวังที่จะนำโมเดลนี้ไปกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้แก่ประชาชนชาวไทย และจะผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต” ประธาน กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวในตอนท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่ต้องตื่นตระหนก! รัฐบาลรับมือน้ำท่วมได้ไม่ซ้ำรอยอดีต
“เอกนิติ” ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง ให้ความมั่นใจประชาชนยังบริหารจัดการน้ำได้ ย้ำ ผู้ว่าฯ สแตนบาย เตรียมความพร้อม บอก มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท ชี้ หากปริมาณน้ำฝนเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร ใช้วิธีผันน้ำออกตามคลองสาขา
สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน
รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน
8 ก.ย.เตรียมโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมรอบแรก 9 พันบาท ช่วยผู้ประสบภัยน่าน 15,215 ครัวเรือน
รัฐบาลเผย เงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท เตรียมโอนรอบแรก 8 ก.ย. นี้ ช่วยผู้ประสบภัยน่าน 15,215 ครัวเรือน
รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้
รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย
ครม. เห็นชอบจัดซื้อประกันภัยพิบัติคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน บ้านพัง 1 แสน เสียชีวิตรายละ 2 ล้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติและให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชนโดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว
'นิกร โสมกลาง' นำทีม พม. ลงพื้นที่ จ.น่าน ติดตามฟื้นฟูหลังน้ำลด พร้อมช่วยสิทธิสวัสดิการแก่กลุ่มเปราะบางทุกมิติ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอปัวและอำเภอภูเพียง พร้อมร่วมเชิญสิ่งของพระราชทาน เยี่ยมเยียนให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง ตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิง และมอบแนวทางช่วยเหลือเยียวยาทุกมิติ

