พร้อม24ชม.! รัฐบาล สั่ง 33 จว.ทั่วประเทศ รับมือน้ำท่วมฉับพลันช่วง 6- 12 ก.ค.นี้

แฟ้มภาพ

7 ก.ค.2568-น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือน 33 จังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 และระดับน้ำแม่น้ำโขงที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลง ระหว่างวันที่ 6-12 กรกฎาคม 2568 พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้กำชับให้จังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมเกิน 90 มิลลิเมตรภายใน 24 ชั่วโมง และพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก เร่งตรวจสอบและซ่อมแซมแนวคันกั้นน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่เสี่ยง เช่น น้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงให้ปิดกั้นพื้นที่ทันที

นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ในหลายจังหวัด อาทิ ลำปาง น่าน สกลนคร กาฬสินธุ์ ตราด สุราษฎร์ธานี และกระบี่ รวมถึงเร่งพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณเกินความจุ เพื่อรองรับน้ำหลากจากฝนที่ตกหนักในช่วงนี้

สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำแม่น้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ซึ่งมีแนวโน้มได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ตอนบนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

“รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ทั้งทางแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และช่องทางออนไลน์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้แก่ Facebook : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, X : @DDPMNews, Line ID : @1784DDPM และ YouTube : DDPMNews รู้ทันภัยกับ ปภ. พร้อมกันนี้ หากได้รับความเดือดร้อน สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ระบบเตือนภัยเซลล์บอร์ดแคสได้พร้อมให้ปฏิบัติการเต็มรูปแบบในทุกพื้นที่แล้ว”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มีผลบังคับใช้ 'รถยนต์ไฟฟ้า' เป็นสินค้าควบคุมฉลาก ปชช.ต้องได้ข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ

รัฐกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก เพื่อให้ประชาชนได้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 21 มีค.69

ม็อบบุกทำเนียบฯ บี้ 'หนู' เลิกภาษีน้ำมัน-ลดค่าไฟ-แก้ของแพง

'14 กลุ่มภาคประชาสังคม' จี้ 3 ข้อ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปูดศูนย์กลางปั่นราคาอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้รื้อสัญญานายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดผู้นำบริหารล้มเหลว

ปชป. เปิดตัว 'จับตา' แพลตฟอร์มชี้เป้าของแพง ยื่นญัตติด่วนแก้วิฤตน้ำมัน

'ปชป.' เปิดตัวแพลตฟอร์ม 'จับตา' ชี้เป้าของแพง 'กรณ์' ข้องใจจับไอ้โม่งน้ำมันไม่ได้ จ่อยื่นญัตติด่วน ถกสภาแก้วิกฤตพลังงาน-สินค้าราคาพุ่งพุธนี้

อุ้ย! 'สาธิต' ลั่นถ้า 'ปชป.' เป็นแกนนำรัฐบาล ภาพต่อคิวเติมน้ำมันจะไม่เกิดขึ้น เหตุไม่ต้องเกรงใจทุน

สาธิต แชร์ภาพรถต่อคิวยาวเพื่อเติมน้ำมัน ระบุถ้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลตอนนี้ ภาพและเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น

'อดีตรมว.การคลัง' แนะนโยบาย 'เตะผ่าหมากด้านเศรษฐกิจ' ที่ 'รัฐบาลใหม่' ควรต้องทำ

สมหมาย ภาษี ขอให้รัฐบาลใหม่และเสนาบดีใหม่พิจารณานโนบายเตะผ่าหมากด้านเศรษฐกิจ บอกแม้ไม่เกิดสงครามก็ควรทำเพื่อให้หายป่วย