'หมอวรงค์' มีวิธีปราบโกงทุกหย่อมหญ้า! ชู 'บาทดิจิทัล' ขจัดทุจริตได้ถึง 90%

‘หมอวรงค์’ เดินหน้าผลักดันสังคมไร้เงินสด เร่งใช้ ‘บาทดิจิทัล’ ปราบโกงได้ทุกหย่อมหญ้า เชื่อขจัดคอร์รัปชัน 80 – 90%

14 ก.พ. 2565 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมืองไทยเราโกงกันทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่นักการเมือง ลามไปถึงระบบราชการ ขนาดดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (Corruption Perception Index) ของปี 2564 ที่ประกาศในเดือนมกราคม 2565

ประเทศ“ไทย” ได้ 35 คะแนนอยู่อันดับ 110 ของโลก ตกจากปีที่แล้วที่ได้ 36 คะแนน อันดับ 104 ของโลก จากทั้งหมด 180 ประเทศ หากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน พบว่า ไทยอยู่อันดับที่ 6 จากทั้งหมด 11 ประเทศ

ปัญหาทั้งหมดมาจากสินบน เงินใต้โต๊ะ รวมทั้งการฮั้วประมูล ที่เริ่มจากนักการเมืองไปสู่ราชการ จนปัจจุบัน ยังไม่มีรูปธรรมที่จะปราบทุจริตคอรัปชันอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่เรื่อง “โกง” แทบจะเป็นสาเหตุหลัก ที่ทำให้ประชาชนยากจน และนำไปสู่การขับไล่รัฐบาล และไปสู่การรัฐประหาร

ถ้าคิดจะแก้ไม่ยาก เพราะเงินทุจริต จะจ่ายเป็นเงินสด ไม่มีการเก็บหลักฐาน (เราได้เคยเห็นกล่องใส่แบงก์ 1,000 บาท จำนวนมาก ในบ้านอดีตปลัดกระทรวงคมนาคมมาแล้ว)

แนวทางที่ไทยภักดีจะปฏิบัตินั่นคือ เราสามารถเร่งการใช้เงินบาทดิจิตอล เหมือนกับประเทศจีนที่ใช้หยวนดิจิตอล เพื่อให้การใช้จ่ายเงินถูกบันทึกในระบบ ซึ่งปัจจุบันสังคมไทยเริ่มคุ้นเคยกับการใช้เงินในรูปแบบนี้เช่นการโอนผ่านมือถือ เป๋าตัง คนละครึ่ง

ที่สำคัญเพื่อให้พวกทุจริตยากลำบาก เราสามารถทำให้สังคมไทย เป็นสังคมไร้เงินสดแบบเป็นขั้นตอนทีละสเต็ป ด้วยการค่อยๆ ทยอยยกเลิกการใช้ธนบัตรใบละ 1000 บาท ต่อด้วยใบละ 500 บาท คงเหลือแต่ใบละ 100 บาท 50 บาท 20 บาทสำหรับประชาชนที่ยังใช้ระบบมือถือไม่เป็น และทยอยยกเลิกเมื่อพร้อม

ประกอบกับถ้าได้รัฐบาลที่เอาจริงในการปราบทุจริต บังคับใช้กฎหมายจริงจัง การขอใบอนุญาตให้ใช้ระบบออนไลน์ เพื่อนำไปสู่รัฐบาลดิจิตอล แค่นี้ประเทศไทยก็จะสามารถแก้ปัญหาทุจริตได้ไม่น้อยกว่า 80-90% จะมีเงินไหลเข้ามาสู่ระบบ เพื่อการพัฒนาประเทศอีกจำนวนมหาศาล.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

สภาส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะเลิกสถานเดียว

ประชุมสภาฯ 2 เม.ย. ส่อเดือด! ถกรายงานงบกองทุนบำนาญ สส. ผู้ทรงเกียรติ 'หมอวรงค์' ทุบโต๊ะยกเลิกสถานเดียว หลังเปิดข้อมูลเป็น สส. แค่ปีเดียว ก็ได้สิทธิ เผยตัวเลขงบการเงิน สินทรัพย์ลด-ค่าใช้จ่ายพุ่ง

หมอวรงค์ ฉีกเอกสารตั้ง 'ผู้ช่วย สส.' ทิ้งกลางสภาฯ ลั่นมีเยอะเกินเปลืองงบ ตั้งแค่ 3 คนพอ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงข่าวการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. และ บำนาญ สส. ว่า สิ่งแรกที่เราเรียกร้อง คือ การยกเลิกอาหารของ สส. สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล