"ในหลวง" พระราชทานหนังสือ "สมเด็จแม่กับการศึกษา" และ "เสด็จฯ ดอย" แก่ผู้เข้าร่วมพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ถวายพระบรมศพ "สมเด็จพระพันปีหลวง"
8 พฤศจิกายน 2568 - โอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” และ “เสด็จฯ ดอย จดหมายเหตุรายวันคราประทับภูพิงคราชนิเวศน์ เชียงใหม่ พ.ศ.2513” พระราชทานแก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธีในครั้งนี้ พร้อมกันนี้ พระราชทานภาพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และภาพการประดิษฐานพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
สำหรับหนังสือเรื่อง “สมเด็จแม่กับการศึกษา” เป็นพระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระราชนิพนธ์ทรงประสบด้วยพระองค์เอง และเรื่องเก่า ๆ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเล่าพระราชทานแล้วทรงประทับพระทัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษา จากความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” ว่า
“...เพื่อนๆ และครูคงจะจำได้ดีว่า ข้าพเจ้าเป็นคนที่เรียนภาษาอังกฤษแย่มากตั้งแต่เด็กๆ ไม่ตั้งใจเรียนและหลบเลี่ยงบ่อยๆ เมื่อถูกจับได้และถูกทูลฟ้องก็ไม่ได้โดนกริ้ว แต่ก็ต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติม ที่สำคัญที่สุดคือทรงสอนเอง ให้อ่านหนังสือ และจดศัพท์ที่ไม่ทราบลงในสมุด ตอนหลังคือเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๗ พระราชทานสมุดให้จด บางทีก็จดพระราชทานด้วย สมุดเล่มนั้นยังอยู่จนทุกวันนี้ ข้าพเจ้าชอบให้มีการสอบเพราะว่าถ้าท่องคำศัพท์ได้ จะได้รับพระราชทานเงินคำละบาท..."
จากพระราชนิพนธ์ดังกล่าวทำให้เห็นถึงพระอุปนิสัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงว่า ทรงรักการอ่านหนังสือมาก และพระอุปนิสัยรักการอ่านหนังสือได้ถ่ายทอดมายังพระราชโอรส พระราชธิดาทุกพระองค์
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ : กองงานในพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
มท.1 กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศ วางแผนต่อเนื่อง งานถวายพระเพลิง 'พระพันปีหลวง-เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรการสอนภาษา-หัตถกรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรชนผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานโฮจิมินห์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย (Fairmont Hanoi) โรงแรมที่ประทับ ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน (Bac Son Martyrs’ Monument
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อาคารรัฐสภาเวียดนาม
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อาคารรัฐสภา เวียดนาม ทอดพระเนตรการสวนสนามของกองทหารเกียรติยศ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีเวียดนาม
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย (Noi Bai International Airport) กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยทรงทำการบินด้วยตนเอง ถือเป็นการเริ่มต้นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ

