มธ. เดินเกมนานาชาติ ดันแผนปฏิรูปกำลังคน ปักหมุด Hub สังคมศาสตร์โลก

ม.ธรรมศาสตร์ รุกสร้างความร่วมมือ “มหาวิทยาลัยนานาชาติ” หวังทลายพรมแดนความรู้ เปิดโอกาสแลกเปลี่ยนนักศึกษา พัฒนาหลักสูตร Dual Degree ควบคู่ MOU ด้านสหกิจศึกษากับองค์กรไทย เปิดโอกาสเด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อดัน “ปฏิรูประบบสร้างกำลังคนของประเทศ” ผลิตบัณฑิตตัวจริงพร้อมทำงาน ป้อนหน่วยงาน - อุตฯ อนาคต พร้อมหนุนเสริมการก้าวสู่ Hub สังคมศาสตร์ของโลก

6 มกราคม 2569 - ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ทิศทางการขับเคลื่อน มธ. หลังจากนี้ หมุดหมายสำคัญคือการผลักดันให้ธรรมศาสตร์เป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อเป็นส่วนสำคัญผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบการสร้างกำลังคนของไทยให้ผลิตคนที่ทำงานได้จริง เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมให้ประเทศ เนื่องจากปัจจุบันทั้งในระดับโลก รวมถึงประเทศไทยเองกำลังเผชิญปัญหาที่ซับซ้อนแบบวิกฤตซ้อนวิกฤต โดยเฉพาะการขาดกำลังคนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต

ทั้งนี้ เห็นได้จากนโยบายของบางประเทศ เช่น จีนที่มีการเปิดตัววีซ่าทำงานประเภทใหม่เพื่อดึงดูดบุคลากรต่างชาติที่มีศักยภาพสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาทำงานในประเทศ ขณะเดียวกันอัตราว่างงานก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างในประเทศไทยเองอัตราว่างงานในระบบประกันสังคมของไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 2.1% ซึ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society) และอัตราการเกิดที่น้อยลง ที่กำลังขับเน้นให้ปัญหาทวีความรุนแรงขึ้น

ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมากว่า 1 ปี 7 เดือนของการเข้ารับตำแหน่งอธิการบดี มธ. ได้มีการขับเคลื่อนให้ มธ. เดินหน้าทำความร่วมมือผ่านบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหลากหลายองค์กรชั้นนำทั้งรัฐและเอกชน เพื่อดำเนินการด้านสหกิจศึกษา อาทิ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการขยายความสัมพันธ์กับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศควบคู่ไปด้วย เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นนานาชาติ ทลายพรมแดนในการพัฒนาองค์ความรู้ และนำพามหาวิทยาลัยสู่ความสมบูรณ์แบบ (Comprehensive University) ซึ่งจะช่วยหนุนเสริมเป้าหมายการพลิกเปลี่ยนระบบผลิตกำลังคนของประเทศ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนนักศึกษา และองค์ความรู้ ตลอดจนการสร้างหลักสูตรปริญญาคู่ (Dual Degree) กับสถาบันพันธมิตรในภูมิภาคและระดับโลกเพิ่มมากขึ้น

ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า ตัวอย่างเช่น ในปี 2568  มีการเดินทางไปในหลากหลายประเทศ เพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านการศึกษา อย่างประเทศญี่ปุ่นมีการไปเยือนถึง 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ University of Hyoko, Hokkaido University และ Rakuno Gakuen University โดย 2 มหาวิทยาลัยหลัง เป็นพันธมิตรในความร่วมมือ และการจัดงานประชุมวิชาการ One Health Lecture Series 2025 ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยต่างก็ต้องการจะมาเยี่ยม มธ. เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาต่อ

“University of Hyoko พูดชัดเลยว่าเขาต้องการเพิ่มจำนวนนักศึกษาต่างชาติมากขึ้น และสนใจเรื่องการให้โควตาเด็กมัธยม ซึ่งพอบอกว่าทาง มธ. เองก็มีโรงเรียนระดับมัธยมเช่นกัน เขาก็สนใจจะมาเยี่ยมที่โรงเรียน และต้องการให้เด็กจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปเรียนที่มหาวิทยาลัย พร้อมกับให้ทุนการศึกษาด้วย หรือจากการพูดคุยกันทางอธิการบดีของ Hokkaido University ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านเกษตร และวิทยาศาสตร์สุขภาพก็มีความสนใจที่จะมาเยี่ยมที่ มธ. ในปี 2569 เช่นกัน” อธิการบดี มธ. กล่าวเสริม

นอกจากนี้ ยังมีการไปเยือนที่จีน ซึ่งได้รับเชิญจาก Gong Qihuang, President of Peking University เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชียและนานาชาติในงาน Beijing Forum 2025 ก็ได้มีการทำความร่วมมือแบบทวิภาคี และเตรียมที่จะหารือความร่วมมือในด้านต่างๆ ต่อ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมไปถึงอีกประเทศที่น่าสนใจ และมีการไปเยือนเพื่อขยายความสัมพันธ์ก็คือ อุซเบกิสถาน ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรประมาณ 35 ล้านคน และมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อาทิ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ทองคำ ฯลฯ โดยได้ไปยัง 3 มหาวิทยาลัย ได้แก่ Tashkent State University of Law, samarkand state University และ National University of Uzbekistan ซึ่งมหาวิทยาลัยหลังสุดนี้ได้มีการทำ MOU กันด้านการศึกษา เช่น แลกเปลี่ยนอาจารย์ และนักศึกษา ก่อนจะขยายไปยังด้านอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

“การขยายความสัมพันธ์ไปยังอุซเบกิสถาน ไม่ใช่แค่การช่วยให้ยกระดับองค์ความรู้ และดึงนักศึกษาต่างชาติมาเรียนในประเทศ แต่จะเป็นประตูที่เปิดโอกาสให้เกิดการขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียกลางด้วย และจะช่วยให้สามารถดำเนินการได้อีกหลายเรื่อง” ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ระบุ

ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน มธ. มีการ MOU กับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศทั้งหมด 171 ฉบับ (ที่ยังมีการดำเนินการอยู่) แบ่งเป็น ภูมิภาคยุโรป 55 ฉบับ เอเชีย 135 ฉบับ โอเชียเนีย 10 ฉบับ แอฟริกา 1 ฉบับ ละติน-อเมริกา 3 ฉบับ และอเมริกาเหนือ 18 ฉบับ ขณะที่ปี 2569 จะเน้นไปที่ 2 ประเทศหลักเพื่อขยายความสัมพันธ์ คือ จีน และอินโดนีเซีย เนื่องจากมหาวิทยาลัยในจีนมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็ว และถือเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าอย่างมากในด้าน AI ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และเพิ่มสัดส่วนของนักศึกษาจีนในไทย ส่วนอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีประชากรเยอะ ซึ่ง มธ. ก็เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพอันดับต้นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงน่าจะเป็นอีกจุดหมายปลายทางให้นักศึกษาจากอินโดนีเซียมาเรียนต่อได้

“การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษาต่างประเทศจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้าของประเทศนั้นๆ ไม่ใช่ตึก อาคาร ฐานะทางเศรษฐกิจ หรือกองกำลัง ฉะนั้นหากไทยสามารถเปิด และกลายเป็นจุดหมายด้านการเรียนรู้ของนานาชาติได้ก็จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางปัญญาของประเทศ ซึ่งจะเป็นอำนาจอย่างหนึ่งที่ช่วยเปิดโอกาสไปยังด้านอื่นๆ ได้ด้วย” ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว

อธิการบดี มธ. กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า สิ่งเหล่านี้ ยังจะช่วยเสริมอีกเป้าหมายในเรื่องการก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาระดับภูมิภาค และการเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาด้านสังคมศาสตร์ระดับนานาชาติด้วย กล่าวคือ มธ. จะเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทั่วโลกต้องนึกถึงในฐานะที่พึ่งทางปัญญาด้านสังคมศาสตร์ ไม่ว่าจะนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรืออื่นๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าด้านอื่นๆ เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ ฯลฯ จะไม่สนใจ หรือไม่โดดเด่น เพียงแต่ขณะนี้ต้องการปักธงให้ มธ. เป็นผู้นำด้านสังคมศาสตร์ในระดับนานาชาติก่อนจะขยายไปด้านอื่นๆ ในอนาคต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการ มธ. ชง ‘ท้องถิ่น-รัฐบาล’ เดินหน้า 5 มาตรการเร่งด่วน ช่วยปชช. รับมือ ‘PM 2.5 - ไฟป่า’

รศ. ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐระดับท้อ

นักวิชาการ ชี้เร่งอำนาจเต็ม ครม. ไม่ช่วยแก้วิกฤตพลังงาน เพิ่มเสี่ยงการเมือง

นักวิชาการธรรมศาสตร์มอง การเร่งให้ ครม. มีอำนาจเต็มผ่านรัฐธรรมนูญ ม.161 ไม่ได้ช่วยคลี่คลายวิกฤตพลังงานในทันที ชี้ปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการมากกว่า พร้อมเตือนอาจเพิ่มความเสี่

'สมชัย' ชวน 'อินฟูฯ' ช่วยระดมทุนสู้ กกต. ร่วมงานเปิดตัว

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ 15.00 น. มีการแถลงข่าว คณะกรรมการกองทุนสู้ กกต. (ชื่อชั่วคราว) ที่ ห้อง 211 คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นักวิชาการมธ. ระบุไม่มีกลไกเอาผิดกกต.แบบเห็นผล เพราะรธน.60 ไม่ดี ป.ป.ช.มาจากสว.เหมือนกัน

ศ. ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผ