รัฐบาลคุมเข้มการเผาในพื้นที่เกษตร แก้ปัญหา PM2.5 อย่างเป็นระบบ – มุ่งเป้าลดพื้นที่เผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15
08 ม.ค.2569 - นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในช่วงปี 2568 - 2569 ประเทศไทยยังคงพบจุดความร้อนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เห็นชอบแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568–2570 และระยะ 5 ปีต่อไป รวมถึงมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569
รัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/2569 โดยมีเป้าหมายการดำเนินงานให้พื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ลดการเผาไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน ที่จะต้องลดการเผาลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมติดตามจำนวนจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด โดยมี 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1) การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมระบบ VIIRS ติดตามจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้แบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่ หากตรวจพบการเผาในพื้นที่เกษตรจะถูกตัดสิทธิการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและการช่วยเหลือจากภาครัฐ และกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน ตั้งแต่การเตือน ชะลอการออกเอกสารสิทธิ ไปจนถึงการสิ้นสิทธิการครอบครองที่ดิน 2) การบริหารจัดการเผาและการใช้ประโยชน์เศษวัสดุการเกษตร โดยบริหารการเผาภายใต้ระบบลงทะเบียน ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ที่ครอบคลุมช่วงเวลา จำนวนพื้นที่ การควบคุมดูแล ขั้นตอน และผู้รับผิดชอบในการประกาศให้เกษตรกรรับทราบ ซึ่งกรณีจำเป็นต้องใช้ไฟ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนและขออนุญาตบริหารจัดการการเผาผ่านระบบ “Burn Check” ทั้งทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ รวมถึงดันเศษวัสดุเกษตรสู่พลังงานชีวมวล และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อลดการเผาทำลายในพื้นที่ 3) การกำหนดมาตรการมิให้นำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ต้องผ่านการตรวจสอบย้อนกลับว่าปลอดการเผา เพื่อป้องกันการถ่ายโอนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน และ 4) การส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยในปีงบประมาณ 2569 มีการจัดสรรงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท ดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผา รวม 21 โครงการ ครอบคลุมการไถกลบตอซัง การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ การปลูกพืชมูลค่าสูง และการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในพื้นที่สูง
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของรัฐบาล เพื่อป้องปรามลดการเผาในที่โล่งทุกชนิด รวมทั้งเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมนำแนวทางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/69 ไปสื่อสารประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่สนับสนุนการปฏิบัติเพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศในภาพรวมระดับประเทศ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้คนและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป” นางสาวอัยรินทร์ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ห้ามนายจ้างทั่วประเทศ ใช้แรงงานต่างด้าวเถื่อน แย่งอาชีพคนไทย
รัฐบาลเตือนนายจ้างทั่วประเทศ ห้ามจ้าง-ใช้บริการ 'แรงงานต่างด้าว' ทำงานผิดกฎหมาย ชี้โทษหนักทั้งคนจ้าง-แรงงาน
เร่งเยียวยานิคมมักกะสัน 1 เดือนเริ่มผุด 'บ้านมั่นคงริมราง'
รัฐบาลเร่งเยียวยานิคมมักกะสันหลังไฟไหม้ เดินหน้า 'บ้านมั่นคงริมราง' เปลี่ยนพื้นที่ข้างรางสู่พื้นที่แห่งโอกาส ตั้งเป้าเริ่มสร้างใน 1 เดือน
4 ก.ย.ขายพันธบัตรออมพลัสครั้งที่ 2 วงเงิน 4,000 ล้านบาท!
รัฐบาล เปิดขาย 'พันธบัตรออมพลัส' ครั้งที่ 2 วงเงิน 4,000 ล้านบาท เริ่ม 4 ก.ย. เพิ่มทางเลือกการออมประชาชน ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80% ต่อปี
เร่งสำรวจครัวเรือน 'ไม่มีเลขที่บ้าน' รองรับความช่วยเหลือประกันภัยพิบัติ!
รัฐบาลเดินหน้าเร่งสำรวจครัวเรือน 'ไม่มีเลขที่บ้าน' รองรับความช่วยเหลือ–ประกันภัยพิบัติ มุ่งให้ประชาชนได้รับการช่วยเหลือหากเกิดภัยพิบัติ อย่างคลอบคลุมและทั่วถึง
เร่งอัดฉีดงบ 40 ล้านบาท!ช่วยโรงเรียนเอกชนชายแดนใต้
รัฐบาลเร่งอัดฉีดงบ 40 ล้านบาท ช่วยโรงเรียนเอกชนชายแดนใต้ ก่อนปิดปีงบฯ ดูแลผู้ได้รับผลกระทบกว่า 3 หมื่นคน
ลุย 3 มาตรการดูแล 'นกปรอดหัวโขน' หลังพ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง!
รัฐบาลเดินหน้า 3 มาตรการดูแล 'นกปรอดหัวโขน' หลังพ้นบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง ส่งเสริมเพาะเลี้ยงถูกกฎหมายควบคู่การอนุรักษ์

