ท่าอากาศยานภูเก็ตเตรียมพร้อมรับมือไวรัสนิปาห์จากอินเดีย

ท่าอากาศยานภูเก็ตเตรียมพร้อม กักกัน คัดกรองโรค ผู้โดยสาร ที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย 6สายการบิน 13เที่ยวบินต่อวัน

25 ม.ค. 2569 นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า  ” ท่าอากาศยานภูเก็ต ร่วมกับ ด่านควบคุมโรค ท่าอากาศยานภูเก็ต เตรียมความพร้อมกักกันและคัดกรองสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย

เบื้องต้น ระบุหลุมจอดเที่ยวบินเป้าหมายและคัดกรองก่อนเข้าสู่อาคารหลัก

เที่ยวบินจากประเทศอินเดียสู่ท่าอากาศยานภูเก็ตมีเที่ยวบินตรง จาก อินเดีย เฉลี่ย 13 เที่ยวบินต่อวัน ประกอบด้วย

1.สายการบิน IndiGo  เมืองนิวเดลี  มุมไบ เบงกาลูรู และ โกลกาตา 

2.สายการบิน Air India  เมืองนิวเดลี และมุมไบ

3. สายการบิน SpiceJet เมืองนิวเดลี

4.สายการบิน VietJet Air เมืองมุมไบ

5. สายการบิน Akasa Air เมืองเบงกาลูรู

6.สายการบิน AirAsia X เมืองเจนไน และโคซิน

โดยเฉพาะเมืองโกลกาตา รัฐเวสต์เบงกอล บินตรงสู่ภูเก็ตเฉลี่ย 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์บินทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 11.35 น.( 6E1087) ผู้โดยสารเฉลี่ย 165 คนต่อวันและ 820 คนต่อสัปดาห์ “

ทางด้าน ข้อมูล กรมควบคุมโรค สำหรับเที่ยวบินจากประเทศอินเดียในเขตสุขภาพที่ 11 ประกอบด้วย

1.ท่าอากาศยานภูเก็ต มีเที่ยวบินตรงจากอินเดียเฉลี่ย 13 เที่ยวบินต่อวัน

2. ท่าอากาศยานกระบี่ มีเที่ยวบินตรงจากอินเดียเฉลี่ย 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ คือ สายการบิน IndiGo ได้แก่เมืองนิวเดลี มุมไบ และเบงกาลูรู  ไม่มีเที่ยวบินจากโกลกาตา 

3.ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี และท่าอากาศยานสมุย ไม่มีเที่ยวบินตรงจากประเทศที่พบการระบาด

กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์การระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์  ในอินเดีย เมื่อ 23 มกราคม 2569 รัฐบาลอินเดียประกาศกำลังเร่งดำเนินการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อจำนวน 5 รายในพื้นที่รัฐเวสต์เบงกอล

โดย 2 รายแรกเป็นพยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลเอกชนเมืองบาราซัต รัฐเวสต์เบงกอลใกล้เมืองโกลกาตา  ขณะนี้หนึ่งรายอาการวิกฤตและอยู่ในภาวะโคม่า 

พยาบาลทั้งสองปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างวันที่ 28-30 ธันวาคม 2568 และเริ่มมีอาการไข้สูงและหายใจลำบากระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 2 มกราคม 2569 ก่อนอาการทรุดและเข้ารับการรักษาใน ICU เมื่อ 4 มกราคม 2569 

การสอบสวนเบื้องต้นชี้ว่าทั้งคู่อาจติดเชื้อจากผู้ป่วยรายหนึ่งที่มีอาการทางเดินหายใจรุนแรงซึ่งเสียชีวิตไปก่อนมีการตรวจยืนยัน โดยผู้ป่วยรายนี้ถูกจัดเป็นsuspected index case และยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม

ปัจจุบันได้มีการตรวจผู้สัมผัสไปแล้ว 180 ราย กักกันผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 20 ราย  ขณะนี้ทุกคนยังไม่มีอาการและผลตรวจเป็นลบแต่จะมีการตรวจซ้ำก่อนครบกำหนดกักกัน  21 วัน

โดยทางการอินเดียได้ออกประกาศเตือนทั่วประเทศและเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังกลุ่มอาการสมองอักเสบเฉียบพลันซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากนิปาห์ได้

กรมควบคุมโรค ย้ำคนไทยเดินทางไปกลับจากอินเดียดูแลสุขภาพและปฏิบัติตามคำแนะนำหลังพบการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์บางพื้นที่โดย ยืนยันไทยยังไม่พบผู้ป่วยพร้อมคุมเข้มด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

ขณะที่ องค์การอนามัยโลก จัดให้ไวรัสชนิดนี้อยู่ในกลุ่มเชื้ออันตรายอันดับต้นๆเนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันและยังไม่มียารักษาเฉพาะทางโดยสถิติที่ผ่านมามีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% ถึง 75% สูงกว่าโควิด 19 หลายเท่า

อาการมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน ไอ เจ็บคอซึมลง สับสนมีอาการของสมองอักเสบ เช่น ชักแขนและขากระตุก บางรายมีอาการปอดบวมและหายใจล้มเหลว

ระยะฟักตัว 4-45 วัน  ประวัติเสี่ยง  ได้แก่ สัมผัสสารคัดหลั่งจากค้างคาวกินผลไม้โดยตรงเช่น ปัสสาวะ  การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนปัสสาวะค้างคาวผลไม้  เช่น  น้ำตาลสดที่ไม่ผ่านความร้อนหรือผลไม้ในป่า  การสัมผัสสัตว์ป่วยสงสัย  เช่น สุกร สุนัข แมว ม้าแพะ แกะ เป็นต้น การสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์โดยตรง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผวาซํ้ารอย‘โควิด-19’ เฝ้าระวัง‘ไวรัสนิปาห์’!

รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

กต. เร่งชี้แจงทูตอินเดีย รื้อถอนสิ่งก่อสร้างเพื่อควบคุมพื้นที่ ไม่ใช่เทวสถาน

นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงแนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ ต่อสถานการณ์ไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการประชุม เช่น วานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กองทัพแจงรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแปลกปลอมในพื้นที่อธิปไตยไทย ไม่ใช่ศาสนสถาน

ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ตามที่มีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีลักษณะคล้ายประติมากรรมทางศาสนา ในพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา จนก่อให้เกิดความห่วงกังวลและการตีความที่หลากหลายในสังคมนั้น

นายกฯ ลั่นทำลายรูปปั้นสัญลักษณ์เขมร เทียบไม่ได้กับทหารไทยขาขาด มองอินเดียตำหนิ ให้เป็นเรื่องแค่ 2 ประเทศ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ภายหลังมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือ GBC ระดับเลขานุการ ระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชาที่ จ.จันทบุรี

'นักข่าวเทวดา' ซัดทหารไทยเมาสงคราม สื่อ-กองเชียร์สิ้นคิดทำลายรูปปั้นเทพเจ้าฮินดู จี้รัฐบาลขอโทษอินเดียด่วน

นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักเคลื่อนไหว และผู้สื่อข่าวประจำข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า นี่ก็อาการเมาสงคราม! ถามจริง ตอนนี้เมาจนสังคมขาดสติ ไม่รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง และสร้างความรู้สึกยี้ให้กับต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ?

อินเดียดราม่า! ออกโรงตำหนิไทยรื้อถอนรูปปั้นเทพเจ้าฮินดูในพื้นที่พิพาท ทำร้ายจิตใจผู้ศรัทธาทั่วโลก

เพจ Army Military Force โพสต์ข้อความว่า อินเดียแถลงตำหนิไทย กรณีรื้อถอนรูปปั้นเทพเจ้าในพื้นที่พิพาท ชี้กระทบความรู้สึกผู้ศรัทธาทั่วโลก