
รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก กรมควบคุมโรคแนะไปอินเดียให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สุกร หรือสัตว์ป่าทุกชนิด
เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดียอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม กำชับมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทาง ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ยืนยันประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วย ขอประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการและไม่ตื่นตระหนก
จากรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดีย พบผู้ป่วยยืนยันรวม 5 ราย ซึ่งทางการอินเดียได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรค กักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน ในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างเข้มข้น สำหรับประเทศไทย ได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทาง หากพบผู้เดินทางที่มีไข้สูง หรือมีอาการเข้าได้กับโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ จะมีการคัดกรองเพิ่มเติม ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อประเมินอาการและดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดทันที
ทั้งนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงด้านชันสูตรโรคของประเทศ มีความพร้อมในการตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธีตรวจสารพันธุกรรม Real-time RT-PCR มีความไวและความจำเพาะสูง สามารถตรวจจากตัวอย่างหลากหลายชนิด เช่น เลือด สารคัดหลั่งจากคอและโพรงจมูก น้ำไขสันหลัง และปัสสาวะ โดยจะเก็บอย่างน้อย 2 ชนิดตัวอย่างขึ้นไป และสามารถรายงานผลภายใน 8 ชั่วโมงหลังได้รับตัวอย่าง
“ปัจจุบันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ยังไม่มียารักษาและวัคซีนป้องกัน การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ ขอแนะนำประชาชนป้องกันตนเองโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง และล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสสัตว์ เนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง สามารถก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาทและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยในคน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งกำหนดให้ต้องรายงานทันทีเมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย” น.ส.อัยรินทร์ระบุ
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยว่า กรมควบคุมโรคได้ติดตามสถานการณ์การระบาดในประเทศอินเดียอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นโรคอุบัติซ้ำที่มีความรุนแรง สามารถทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท เช่น สมองอักเสบ และระบบทางเดินหายใจ อาการทางเดินหายใจรุนแรง เช่น ไอ หายใจลำบาก ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิต โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ติดต่อได้ยากกว่าโรคโควิด-19 เนื่องจากต้องสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่ง (น้ำลาย ปัสสาวะ มูล เลือด) โดยตรง แต่อัตราการเสียชีวิตสูงกว่า แหล่งรังโรคตามธรรมชาติคือค้างคาวผลไม้ เชื้อสามารถแพร่สู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือผ่านสัตว์ตัวกลาง เช่น สุกร รวมถึงอาจติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างรอบด้าน
ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า แนวทางปฏิบัติระหว่างพำนักในประเทศอินเดีย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สุกร หรือสัตว์ป่าทุกชนิด หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ เช่น ถ้ำ สวนผลไม้ หรือบริเวณที่พบมูลค้างคาว ไม่รับประทานผลไม้ที่ตกอยู่บนพื้นหรือมีร่องรอยการกัดแทะ ล้างและปอกเปลือกผลไม้ก่อนรับประทานทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สด หรือน้ำอินทผลัมสดที่ไม่ได้ผ่านการต้มสุก นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ที่มีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่แออัด และรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ ภายหลังเดินทางกลับประเทศไทย ขอให้ประชาชนสังเกตอาการตนเองเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 สัปดาห์ (21 วัน) หากมีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ หรืออาการผิดปกติทางระบบประสาท ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปประเทศอินเดีย และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น จนกว่าจะได้รับการประเมินจากแพทย์
ที่เชียงใหม่ นายการันต์ ธนกุลจิรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ประสานความร่วมมือกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ดำเนินมาตรการเชิงรุกในรูปแบบเดียวกับการเฝ้าระวังโรค COVID-19 และ MERS โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ การคัดกรองอุณหภูมิ โดยตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศทุกรายด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน การแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) ให้แก่ผู้โดยสาร เพื่อให้ข้อมูลอาการเบื้องต้นและช่องทางการติดต่อเจ้าหน้าที่หากพบความผิดปกติ และประสานกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสารที่เดินทางมาจากหรือเคยผ่านพื้นที่ระบาดในช่วง 14-21 วันที่ผ่านมา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เทิดไท้74พรรษา พสกนิกรทั่วหล้าทำบุญถวาย ‘ในหลวง’
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28
โจรใต้ป่วนถี่ เลื่อนคุยก.ย. ไม่มีกำหนด
“หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ” ลั่นเลื่อนเจรจากลุ่มผู้เห็นต่างจาก ก.ย.ไม่มีกำหนด จนกว่าจะได้รับคำตอบว่าก่อเหตุรุนแรงในนราธิวาสทำไม เผยได้ข่าวมาเลเซียเปลี่ยนตัวผู้อำนวยความสะดวก กอ.รมน.ภาค 4 สน.ชี้ผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงปืน 14 กระบอก พัวพัน 37 คดี พบหลักฐานโยงเหตุคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง กับบึ้มรถชาวมาเลย์
กกต.ส่อยื้อฟันคดีฮั้วสว. 2น.1พ.เมินปั่นแตกแยก
"อนุทิน” ซัดคนปล่อยข่าว 2 น. 1 พ.แตกแยก ยันเป็นเรื่องภายในบ้าน บอก “พิพัฒน์-เนวิน” คบกันมานาน ไปเชื่อถือนักวิเคราะห์ได้อย่างไร
รีเซตมท.ล้าง‘มหาไถ’
“อนุทิน” เตรียมเข้ามหาดไทยสัปดาห์ละ 2 วัน ย้ำระบบราชการไม่ได้มีปัญหา
บอร์ดกสทช.ล่ม วอล์กเอาต์3ราย ‘สรณ’ขู่ฟ้องศาล
"อนุทิน" แจงต้องรอมติ สว.เห็นชอบ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ
จ่อคุยมาเลเซีย สกัดให้ที่พักพิง BRNหัวรุนแรง
"สีหศักดิ์” จ่อเรียกประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลสัปดาห์นี้สางปมไฟใต้


