รัฐบาลเข้มงวดกำชับนายทะเบียนทั่วประเทศ คุมเข้มใบอนุญาตปืน ป.3-ป.4 งดออก ป.12 ต่อเนื่อง ย้ำพกพาที่สาธารณะคุก 5 ปี สั่งการฝ่ายปกครองลงพื้นที่สุ่มตรวจ บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น
19 ก.พ.2569 - นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดและจริงจัง พร้อมทั้งให้ทบทวนมาตรการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ รัฐบาล โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยได้มีข้อสั่งการด่วนถึงฝ่ายปกครองทั่วประเทศ กำชับการดำเนินมาตรการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวดในทุกมิติ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนี้
1.การออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) กำชับให้นายทะเบียนท้องที่ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาต ตรวจสอบลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 อย่างเคร่งครัด พร้อมสอบสวนพฤติการณ์ส่วนตัว บุคคลใกล้ชิด และประวัติการเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมายอย่างละเอียดและรัดกุม
2.การกำกับดูแลผู้ได้รับใบอนุญาต (แบบ ป.4) ให้นายทะเบียนท้องที่และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตรวจตราและสอดส่องดูแลผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ผ่านกลไกเครือข่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคประชาชน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ได้รับใบอนุญาตยังคงมีคุณสมบัติครบถ้วน หากตรวจพบพฤติกรรมที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย นายทะเบียนท้องที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดทั้งทางปกครองและทางอาญา
3.งดออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน (แบบ ป.12) ชั่วคราว กระทรวงมหาดไทยยังคงมาตรการงดออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวเป็นการชั่วคราว ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 66 จนถึงปัจจุบัน เพื่อลดความเสี่ยงอาชญากรรมและการก่อเหตุรุนแรงในที่สาธารณะ โดยห้ามเจ้าพนักงานออกใบอนุญาตพกพาให้บุคคลทั่วไปอย่างเด็ดขาด
“รัฐบาลขอย้ำเตือนว่า การพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ แม้ผู้ใดจะได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) แล้ว ก็ไม่มีสิทธิพกพาไปในที่สาธารณะ ต้องเก็บรักษาไว้ในที่อยู่อาศัยเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชง 5 ข้อเสนอปราบโกงให้ 'อนุทิน' บรรจุในนโยบายรัฐบาลใหม่
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ทำจดหมายเปิดผนึก
นายกฯ สั่งคุ้มเข้ม 3 จังหวัดชายแดนใต้ช่วงรอมฎอน
เสธ.ทบ.เผยคุย นายกฯ กำชับ ดูแลพื้นพี่ จ.ชายแดนใต้ เฝ้าระวังช่วง 'เดือนรอมฎอน' สถิติก่อเหตุเพิ่ม 20-30%
'อนุทิน' ท่องคาถารอการรับรองผลจาก กกต.ก่อน!
'อนุทิน' ทำบุญวันคล้ายวันเกิด กอ.รมน. พร้อมเลี่ยงตอบคืบหน้าตั้ง รบ.ย้ำรอกกต.รับรองผล
แนะ 5 ข้อเลือกบริโภคสัตว์ปีกอย่างปลอดภัยช่วงตรุษจีน
กรมควบคุมโรค แนะประชาชนเลือกบริโภคสัตว์ปีกอย่างปลอดภัย ย้ำหลัก 'เลือก–หลีก–ล้าง' ลดเสี่ยงไข้หวัดนกช่วงตรุษจีน
รบ.แจงเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่กระทบสมาคมฌาปนกิจอื่น
รัฐบาลแจงปมเลิกสมาคมฌาปนกิจ ต้องผ่านการพิจารณาและการสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่ ยืนยันไม่กระทบสมาคมฌาปนกิจอื่น เผยปัจจุบันยังเหลือกว่า 3,839 แห่ง ขอประชาชนอย่ากังวล
'ธรรมนัส' ส่งสัญญาณ! บอกประชุมพรรคเสร็จปิดมือถือทุกเบอร์ยาว
'ธรรมนัส' บอก หลังประชุม กธ.เสร็จ เตรียมปิดมือถือทุกเบอร์ไปเที่ยวยุโรป ระบุโทรคุยกันไม่เหมือนเห็นหน้า

