"สันติ" มอบนโยบายผู้ว่าฯทั่วประเทศ ร่วมมือ "กรมการค้าภายใน" ตรวจเข้ม "น้ำมัน-สินค้าอุปโภค-ทองคำ" ป้องกันผู้ประกอบการฉวยโอกาสช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง ขึ้นราคา-กักตุน-เอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมสั่งเพิ่มคู่สายด่วนรับเรื่องร้องเรียน
9 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อเฝ้าระวังการเอารัดเอาเปรียบประชาชนจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ประกอบการเป็นวงกว้าง โดยการประชุมวันเดียวกันนี้ได้แจ้งมติคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ถึง6มาตรการ และ1แผนปฏิบัติการ โดยกำชับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปปฎิบัติเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภคทั้งในประเทศและชาวต่างชาติ ที่มาพักอาศัยในประเทศ
นายสันติ กล่าวว่า สคบ.จะตั้งศูนย์ปฏิบัติการเป็นการเร่งด่วนรับเรื่องร้องเรียน โดยเปิดสายด่วนเพิ่มขึ้น 10 คู่สายในการรับแจ้งเหตุที่สืบเนื่องจากสถานการณ์สู้รบ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ผู้ประกอบการและผู้ประกอบธุรกิจ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ เอาเปรียบผู้บริโภค โดยเฉพาะสินค้าพื้นฐานที่จำเป็น เช่น น้ำมัน ข้าวสาร อาหาร ยา และเวชภัณฑ์ รวมถึงราคาทองคำ จึงกำชับให้นำมาตรการไปดูแลประชาชน โดยให้จังหวัดเปิดคู่สายรับเรื่องร้องเรียนเพิ่มขึ้นจากปกติ โดยดูจากปัญหาที่มีการร้องเรียนเข้ามา
นายสันติ กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในวันนี้เริ่มมีผลกระทบกับสินค้าบางชนิด ที่อาจเกิดการขาดแคลน เช่น น้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล จึงกำชับให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพิ่มความถี่ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าขาดแคลนจริงหรือมีการกักตุนสินค้ากับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภค เพราะราคาน้ำมันจะกระทบกับสินค้าตัวอื่น ซึ่งจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงปล่อยปละละเลยไม่ได้
นายสันติ กล่าวว่า นอกจากนั้นให้เข้มงวดการตรวจสอบปิดฉลากสินค้าให้ถูกต้อง ป้องกันการฉวยขึ้นราคาที่สูงเกินจริง เช่น ราคาทองคำ ที่มีความผันผวนและปรับราคาขึ้น โดยให้แจ้งราคาให้ผู้ซื้อรับทราบก่อนตัดสินใจ รวมถึงเรื่องการซื้อขายสินค้าทางแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ขายสินค้ามูลค่าสูง เครื่องประดับ บริการลงทุน ให้ตรวจสอบผู้ให้บริการว่าจดทะเบียนตลาดตรงกับทางสคบ.หรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบเรื่องราคาค่าน้ำ ค่าไฟ กับสถานที่เช่าพักอาศัย ให้ควบคุมเรียกเก็บอย่างถูกต้องหรือไม่
“รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะเพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ ไม่เฉพาะในกรุงเทพมหานครแต่รวมถึงสถานที่อื่นด้วย จึงขอให้ทางจังหวัด ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้สิทธิ์ของตัวเองเรื่องราคามาตรฐานสินค้าและบริการ ก่อนตัดสินใจ ให้เกิดความมั่นใจและปลอดภัย“ นายสันติระบุ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานหรือไม่ว่าจังหวัดใดมีปัญหาเรื่องน้ำมันบ้าง นายสันติ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องน้ำมันมาจากจังหวัดพังงา ว่ามีผู้ประกอบการหลายรายที่เริ่มรายงานว่าขาดแคลนจริงๆทำให้การดำเนินงานติดขัด ตนไม่ทราบว่าเป็นเพราะขาดจริงหรือมีเรื่องการกักตุน แต่ได้กำชับแล้วให้ลงไปตรวจสอบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Code Red! '110' ราคาน้ำมันโลกเข้าสู่ระดับอันตราย 'กอบศักดิ์' แนะเร่งหาพลังงานทดแทน หนุนEVจริงจัง
รอบนี้ ที่ราคา 110 ดอลล่าร์ต่อบาเรล แม้ว่าย่อเล็กน้อยเช้านี้ แต่มีความเสี่ยงที่ราคาจะเพิ่มขึ้นในช่วงต่อไป และความเสียหายที่อาจเกิดต่อโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันในตะวันออกกลาง
สต็อกปุ๋ยไทยพอใช้ 5 เดือน 'ศุภจี' เข้มฟันโทษหนักฉวยขึ้นราคา
พณ. เผย สต็อกปุ๋ยในไทย พอใช้ 5 เดือน ยังนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ “ศุภจี” สั่งเข้มผู้ค้าฉวยขึ้นราคา เจอโทษหนักทั้งจำ ทั้งปรับ

