
แฟ้มภาพ
พณ. เผย สต็อกปุ๋ยในไทย พอใช้ 5 เดือน ยังนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ “ศุภจี” สั่งเข้มผู้ค้าฉวยขึ้นราคา เจอโทษหนักทั้งจำ ทั้งปรับ
8 มี.ค.2560 – ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนันทพงศ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าและโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางว่าขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตาม สถานการณ์สต๊อกปุ๋ยเคมีภายในประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าปุ๋ยเคมีต้องรายงานปริมาณสต๊อก และปริมาณการนำเข้าทุกวันที่ 10 ของเดือน เพื่อให้ภาครัฐสามารถติดตามปริมาณสินค้าและบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลล่าสุดวันที่ 10 ก.พ 2569 ซึ่งเป็นการรายงานสต๊อกเดือนม.ค. 2569 พบว่าประเทศไทยมีสต๊อกปุ๋ยเคมีอยู่ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.8 ล้านตันต่อเดือน
นายนันทพงศ์ ระบุว่า ถือว่ามีสต๊อกเพียงพอ ต่อความต้องการใช้ในประเทศ ส่วนสต๊อกของเดือนก.พ. จะมีการรายงานในวันที่ 10 มี.ค. 2569 คาดว่าปริมาณสต๊อกจะเพิ่มขึ้น โดยจะเป็นการนำเข้าปุ๋ยที่ดำเนินการไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในวันตะวันออกกลาง รวมทั้งยังมีการนำเข้าปุ๋ย จากหลายประเทศ อาทิ แม่ปุ๋ยโพแทสเซียมจากแคนาดา และปุ๋ยสูตรต่างๆ จากจีน และเกาหลีใต้
“ขณะที่ปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของปุ๋ยเคมี มีสัดส่วนการใช้ประมาณ 36 เปอร์เซ็นต์ ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด ปัจจุบัน ประเทศไทยมีสต๊อกประมาณ 0.32 ล้านตัน หรือประมาณ 6.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมีปุ๋ยยูเรียที่อยู่ระหว่างการนำเข้าจากประเทศซาอุดิอาระเบียอีกประมาณ 100,000 ตัน หรือประมาณ 2 ล้านกระสอบ รวมถึงนำเข้าจากมาเลเซีย 20,000 ตันรวมทั้งหมดจะมีปุ๋ยยูเรียอยู่ประมาณ 8.9 ล้านกระสอบ หากรวมปุ๋ยเคมีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประมาณ 1.5 ล้านตัน กับปุ๋ยยูเรียที่กำลังเดินทางมาอีก 1.2 แสนตัน ก็จะมีปุ๋ยเคมีปุ๋ยยูเรียรวม 2 เดือนบวกไปอีก 3 เดือน เท่ากับว่ามีปุ๋ยเพียงพอต่อการใช้งานต่อเนื่องไปประมาณ 5 เดือน ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีแหล่งนำเข้าปุ๋ยจากหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งยังสามารถนำเข้าได้ตามปกติและจะมีการนำเข้าเติมเต็มสต๊อกอย่างต่อเนื่อง สำหรับปุ๋ยที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดขณะนี้ยังเป็นสต๊อกเดิมที่จัดหามาก่อนเกิดสถานการณ์สู้รบจึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา” นายนันทพงศ์ ระบุ
นายนันทพงศ์ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ได้มีการติดตามสถานการณ์ต้นทุนในตลาดโลก และโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิดเพราะมีการกำกับดูแลให้การจำหน่ายเป็นไปตาม ต้นทุนที่แท้จริงและคำนึงถึงผลกระทบต่อเกษตรกรให้น้อยที่สุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.กระทรวงพาณิชย์จึงได้สั่งการ ให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควรหรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลทั้งนี้หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีหรือปรับไม่เกิน 140,000 บาทหรือทั้งจำ ทั้งปรับ
นายนันทพงศ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศเรายังมีเพียงพอต่อความต้องการใน การต้องการใช้และขอความร่วมมือจากเกษตรกรไม่จำเป็นต้องรีบซื้อหรือกับตุนปุ๋ย หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกิน สมควรหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ศุภจี' เคลียร์ปมไลฟ์ขายทุเรียน ต้องทำนอกกรอบการตลาดแบบเดิม ไม่รอให้ล้นตลาดแล้วค่อยแก้ปัญหา
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ได้รับความเห็น ข้อเสนอแนะ รวมถึงข้อติติงเรื่องการดูแลพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะ “ทุเรียน” วันนี้ขอถือโอกาสพูดถึงความตั้งใจในสิ่งที่เรากำลังทำ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนทุกท่านนะคะ
พรรคร่วมรัฐบาลเขย่าเก้าอี้ 'ศุภจี' หากแก้ปัญหาทุเรียนไม่ได้ ก็ลาออกไป จี้จัดการใบอนุญาตส่งออก
นายคริส โปตระนันท์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงกรณีที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปรากฏตัวอยู่ในคลิปของ อินฟลูเอนเซอร์ ก่อนที่จะมีการไลฟ์สดขายทุเรียน ว่า สิ่งที่นางศุภจี ทำ อาจไม่ได้แก้ไขเรื่องที่เป็นผลประโยชน์ เรื่องที่เป็นหัวใจโครงสร้างปัญหาทุเรียนในปัจจุบัน จนตอนนี้โซเชียลฯได้ถล่มรมว.พาณิชย์จำนวนมาก และขอเรียกร้องให้นางศุภจี ลาออกจากตำแหน่ง
ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำสั่งแต่งตั้ง ที่ปรึกษา-เลขานุการ รมต.ศุภจี
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ ๖๗๔/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
'นราพัฒน์' มองไลฟ์ขายทุเรียน เจตนาดีช่วยเกษตรกร แต่ไม่ถูกจังหวะเวลา พร้อมข้อเสนอแนะ 'ศุภจี'
นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเด็นร้อน “ขายทุเรียนลูกละร้อย” หลายท่านสอบถามความคิดเห็น
'ศุภจี' เซ็น MOU ผนึก 23 หน่วยงาน ปราบนอมินี-ทุนเทา อุดช่องโหว่ภาคการลงทุนไทย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) ภายใต้แนวคิด “ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี”พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ

