
รัฐบาลเดินหน้าดับไฟป่าด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม สั่งการรวดเร็ว คุมสถานการณ์แม่แตงสำเร็จ แม้พื้นที่ป่าลึกเข้าถึงยาก
17 เม.ย. 2569- น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งยกระดับการแก้ไขปัญหาไฟป่าอย่างเข้มข้น โดยเน้นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะระบบติดตามจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจจับและสั่งการเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างทันท่วงที กรณีล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับรายงานจุดความร้อนจากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) จำนวน 9 จุด เมื่อเวลา 01.43 น.
อย่างไรก็ตาม พื้นที่เกิดเหตุเป็นป่าลึก การเข้าถึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเดินเท้าและวางแผนเข้าพื้นที่อย่างรอบคอบ ก่อนจะสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุและเริ่มปฏิบัติการดับไฟได้ในเวลา 13.10 น. และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จในเวลา 16.00 น. โดยพบว่าพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณได้รับความเสียหายรวมประมาณ 70 ไร่ จากการสั่งการอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่รวม 24 นาย จากหลายหน่วย ได้แก่ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ และชุดสายตรวจ ได้บูรณาการกำลังเข้าปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ แม้สภาพพื้นที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึง
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า การใช้ข้อมูลจากดาวเทียมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถ เห็นก่อน-ไปถึงเร็ว-ควบคุมได้ไว แม้ในพื้นที่ทุรกันดาร ช่วยลดความเสี่ยงการลุกลามของไฟป่าในวงกว้าง และเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการไฟป่าในปัจจุบัน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสาเหตุของไฟป่าเกิดจากการเข้าไปเก็บหาของป่าในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในพื้นที่
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาเสริมศักยภาพการทำงานภาคสนาม เพื่อให้การดับไฟป่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ในพื้นที่เข้าถึงยาก ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปกป้องสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตฝุ่น PM2.5 โดยรัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในทุกกรณี และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวัง เพื่อร่วมกันลดปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เชียงใหม่ยังอ่วม! พ่อเมืองสั่งทุกพื้นที่เฝ้าระวังจุดความร้อน 24 ชั่วโมง
เชียงดาวระดมโดรนดับไฟป่า เสริมแนวป้องกัน 'ดอยนาง' คุมสถานการณ์ต่อเนื่อง จุดความร้อนทั้งจังหวัดยังพุ่งสูง พ่อเมืองย้ำทุกพื้นที่เฝ้าระวังติดตามตลอด 24 ชม.ฝนหลวงบินช่วยต่อเนื่อง
42 จังหวัดจมฝุ่น PM2.5 'แม่ฮ่องสอน' ทะลุ 304.9 มคก.
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศประจำวันที่ 13 เมษายน 2569 ณ 07:00 น. สรุปดังนี้
ครม.เห็นชอบ ถอน 'อ.สุไหงโก-ลก' ออกจากพื้นที่ความมั่นคงชายแดนใต้
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ปรับพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ออกจากพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551
'พรรคร่วมฝ่ายค้าน' สามัคคีดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด
'พรรคร่วมฝ่ายค้าน' แสดงจุดยืนพร้อมผลักดัน 'พ.ร.บ.อากาศสะอาด'เต็มที่ แนะ รัฐแก้ปัญหาระยะสั้น-ยาว ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เตรียมงบประมาณรอบรับ ด้าน 'การดี' ย้ำอากาศสะอาด เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน
'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนภาคเหนือ สั่ง คพ.ระดมรถตรวจวัดอากาศเคลื่อนที่ พร้อมนักวิชาการ ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างใกล้ชิด
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ จากสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละออง PM2.5 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ จึงได้สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ระดมรถตรวจวัดคุณภาพอากาศเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดและทีมนักวิชาการ ลงพื้นที่ภาคเหนือโดยด่วน
'ปลัด มท.' ขึ้น ฮ. สั่งการดับไฟป่า หดหู่เผาจนควันเต็มเขา
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังคงลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เชียงใหม่และภาคเหนือต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า

