ปชน.ฟาดหนังสือ 'สกร.' ล้าหลัง-แพงเกินจริง จี้รัฐมนตรีเร่งสะสาง

สส.ปชน ฟาดหนังสือ 'สกร.' หลักสูตรไร้มาตราฐาน-ด้อยคุณภาพ ใช้มาเกือบ 20 ปี ซัดไม่ชอบมาพากล ส่อจัดซื้อไม่โปร่งใส จี้รัฐมนตรีเร่งเคลียร์ด่วน หวั่นลดความศรัทธาการศึกษาไทย รัฐมนตรีอาจเสียเก้าอี้ด้วย

30 เมษายน 2569 - ที่อาคารรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน โดยนายธีรศักดิ์ จิระตราชู ,นางสาวปวิตรา จิตตกิจ , นางสาวพิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และ นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา ร่วมแถลงข่าวถึงกรณีการทำงานของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ในการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ

นางสาวปวิตรา ยังนำหนังสือแบบเรียน สกร.ที่รัฐจัดซื้อโดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้มา โชว์ว่าเป็นหนังสือที่ด้อยคุณภาพ ตกยุค ราคาแพงเกินกว่าเหตุ ทั้งเนื้อหา รูปแบบ หน้าปก และสันหนังสือค่อนข้างที่จะล้าสมัย ภาพประกอบไม่ชัดเจน หลายเล่มจัดพิมพ์หน้าปก 4 สี แต่เนื้อหาข้างในเป็นขาวดำ และถูกตั้งราคาค่อนข้างสูงเกินความเหมาะสม เช่นบางวิชาตั้งราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100 ไปจนถึง 800 บาท

ขณะที่บางเล่มมีเพียง 130 หน้า กลับถูกตั้งราคาที่ 200 กว่าบาทและบางวิชาที่มีเพียง 90 หน้า ราคาขายที่ 300 กว่าบาท ต่างจากหนังสือเรียนของ สพฐ.ที่มีการควบคุมราคาและพิมพ์ด้วยกระดาษปอนด์ 4 สี จึงทำให้ผู้เรียน สกร.ถูกบังคับให้เรียนด้วยหนังสือที่ไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน

นอกจากนี้หนังสือแบบเรียนของ สกร.ยังเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาทางวิชาการน้อย แบบฝึกหัดไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงเพราะเป็นหนังสือหลักสูตรเก่าของปี 2551 ที่ถูกนำกลับมาตีพิมพ์ใหม่

นางสาวปวิตรา ยังมองว่าสิ่งที่น่ากังวลคือความไม่สอดคล้องระหว่างหลักสูตรใหม่กับหนังสือเรียนที่ใช้จริงที่ได้รับใบอนุญาตมานานกว่า 10 ปี และยังถูกใช้งานมาถึงปัจจุบัน พร้อมกับมองว่า สกร.คือพื้นที่ความหวัง พื้นที่ของอนาคตของคนไทยที่หลายชีวิตต้องหลุดจากระบบ ตกหล่น ขาดโอกาสจากการศึกษาแบบปกติ ขณะที่ยุคปัจจุบันก้าวไปถึงยุค AI ที่กำลังจะเปลี่ยนตลาดแรงงาน เราจึงไม่สามารถปล่อยให้ สกร.ถูกลดความสำคัญหรือถอยหลังลงคลองได้แล้ว เราควรจะช่วยกันสนับสนุนผลักดันให้ไปอยู่แนวหน้า

“ขอฝากถึงรัฐมนตรีที่กำกับดูแล สกร.ให้ช่วยมาดูปัญหานี้ ต้องทำเรื่องให้กระจ่าง โปร่งใสและตรวจสอบได้ อย่าปล่อยให้เกิดการทำร้ายอนาคตของประเทศ อย่าปล่อยให้รัฐใช้งบประมาณไปกับการศึกษาที่ตกยุค ล้าหลัง ไม่สามารถยกระดับชีวิตของประชากรได้อย่างจริง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะถ้าหนังสือไม่มีคุณภาพผู้เรียนก็จะเสียโอกาส และถ้าหนังสือราคาแพงประเทศชาติก็จะสูญเสียงบประมาณ ถ้ากระบวนการจัดซื้อไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ นอกจากความศรัทธาต่อการศึกษาของประเทศไทยจะลดลง รัฐมนตรีก็อาจจะเสียเก้าอี้ของท่านด้วย " นางสาวปวิตรา กล่าว

นางสาวปวิตรา ยังอยากให้ สกร.ออกมายอมรับว่าหน่วยการศึกษาของ สกร.ยังมีปัญหา เช่น พื้นที่ฝั่งธนบุรีหลายพื้นที่ต้องไปเช่าที่เอกชน หรือไปสถานที่วัด เพื่อเป็นหน่วยการศึกษา แต่อะไรชำรุดก็ต้องไปหาทุนมาซ่อมแซมกันเอง ซึ่งแม้ว่าจะเห็นด้วยที่การศึกษาไม่ได้จำกัดด้วยสถานที่ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานที่ในการเรียนมีผลต่อการเรียนและประสิทธิภาพการศึกษา

พร้อมกับตั้งคำถามไปยังรัฐมนตรีที่กำกับดูแล สกร.ว่ามีความกล้าหาญที่จะแก้ปัญหานี้ อย่างจริงจังหรือไม่ หรือว่าเกรงกลัวอะไรอยู่ในกระทรวง หรือเกรงกลัวต่ออิทธิพลอะไรหรือไม่จนต้องปิดตาข้างหนึ่งแล้วปล่อยให้ปัญหานี้ทิ้งค้าง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เท้ง' จ่อสรุปญัตติซักฟอก คาดเข้าสภาฯ ต.ค.นี้ ลุยถล่มระบอบสีน้ำเงิน

'เท้ง' เผย จ่อสรุปญัตติซักฟอก คาด ยื่นเข้าสภาฯ ต.ค. ลุยถล่ม 'ระบอบสีน้ำเงิน' อุบ ล็อกเป้า รมต.คนไหน-มีเขากระโดงหรือไม่ ลั่น รอดูวันขึ้นเขียง

พรรคประชาชน บุก ป.ป.ช. ยื่นเอาผิด กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. จงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว

พรรคประชาชน บุกยื่น ป.ป.ช. ตั้งคณะไต่สวนคดีฮั้ว สว. ยันมีหลักฐานแน่น ตั้งแต่พฤติการณ์ยันพยานบุคคล ด้าน 'ไอติม' ชำแหละคดีนี้มีช้าง 3 ตัว หวังวิปรัฐบาล-วุฒิสภา เปิดทางบรรจุวาระถกแก้ รธน.รายมาตรา ต.ค.นี้ ระยะยาว

'เท้ง' อัด 'ภราดร' โต้ชาวอยุธยาร้องสภา เอาความเดือดร้อนประชาชนมาเป็นเรื่องการเมือง

'เท้ง' สวนกลับ 'ภราดร' ลั่นทุกปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องการเมือง จ่อลงพื้นที่อยุธยา ดูหน้างานจริง แนะ 'รัฐบาล' ดูทุ่งรับน้ำ-ใช้วิธีระบายแบบก้างปลา แทนแนวดิ่ง

ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'โรม' ทำ กมธ.เป็นศาลโซเชียล ชี้ 'อนุทิน' ไม่ต้องไปแจง 8 ต.ค.

“ดร.ณัฐวุฒิ” ซัด “รังสิมันต์ โรม” ใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ ทำตัวเป็น “ศาลโซเชียล” ปมเรียก “อนุทิน” แจงทุจริตสอบท้องถิ่น 8 ต.ค.

วิปฝ่ายค้านดีด'กธ.'เคลียร์'งูเห่า' ทดสอบคุณภาพ ตรวจสอบเชิงลึก

การที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน ได้ตัดสินใจปรับ พรรคกล้าธรรม ออกจาก องค์ประกอบวิปฝ่ายค้าน ไม่ใช่เพียงเรื่องความขัดแย้งเชิงกติกาการโหวตเท่านั้น แต่เป็นการ "ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมือง"