
‘ผู้ว่าฯ ชัชชาติ’ ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว สั่งตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือญาติ เร่งตรวจใบอนุญาต-ระบบทางหนีไฟ รอผลพิสูจน์หาสาเหตุเพลิงไหม้
13 ก.ค. 2569 – เมื่อเวลาประมาณ 02.40 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ภายในสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ (ร้านอาหาร/โรงเบียร์) ย่านลาดพร้าว พร้อมสั่งการให้สำนักงานเขตจตุจักรจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งเร่งตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการและมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตได้ เนื่องจากต้องรอการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจากแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้ญาติผู้ประสบเหตุใช้ช่องทางของศูนย์ประสานงานในการติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ
สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ส่งมอบพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาจุดต้นเพลิง สาเหตุของเหตุการณ์ และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า จากลักษณะพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วบริเวณฝ้าเพดาน ขณะที่โต๊ะและเก้าอี้พลาสติกหลายจุดยังไม่ได้รับความเสียหายมากนัก จึงเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่าควันพิษจากวัสดุตกแต่งภายในอาคารอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติ อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แท้จริงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเบื้องต้นว่าผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่งอยู่บริเวณทางออกฉุกเฉินด้านซ้ายของอาคาร ซึ่งอาจมีสิ่งกีดขวางในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนสรุปข้อเท็จจริง กทม. จะตรวจสอบเอกสารการอนุญาตประกอบกิจการของร้าน รวมถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะจำนวนและสภาพของทางหนีไฟ ความชัดเจนของป้ายทางออกฉุกเฉิน และการมีสิ่งกีดขวางในเส้นทางอพยพ เบื้องต้นพบว่าร้านมีทางหนีไฟ 2 จุด โดยหนึ่งในนั้นเป็นทางผ่านโซนครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบว่าการจัดวางพื้นที่และการใช้งานเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่
นายชัชชาติ กล่าวว่า ภารกิจเร่งด่วนของ กทม. ในขณะนี้มี 3 ด้าน ได้แก่ การตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อช่วยเหลือญาติผู้ประสบเหตุ การตรวจสอบการอนุญาตประกอบกิจการของสถานประกอบการ และการตรวจสอบระบบทางหนีไฟให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในอนาคต

ด้านนายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีในการเดินทางถึงจุดเกิดเหตุ แต่เมื่อมาถึงพบว่าเพลิงลุกไหม้ลุกลามเต็มพื้นที่แล้ว ประกอบกับภายในอาคารมีกลุ่มควันหนาทึบ ทำให้การเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก จากการปฏิบัติการช่วยเหลือ พบว่าผู้ประสบภัยจำนวนมากพยายามหลบหนีไปยังห้องน้ำบริเวณด้านหลังอาคาร ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวผู้ประสบภัยได้ยากขึ้น ขณะที่การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาคารมีทางออกฉุกเฉินด้านหลัง 2 จุด
นายสุริยชัย กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ประสบภัยส่วนใหญ่เกิดจากการสำลักควัน อย่างไรก็ตาม จะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และผลการสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตและข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ ณ เวลา 03.45 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 27 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 9 ราย และเพศหญิง 18 ราย ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บมีจำนวน 18 ราย ประกอบด้วย ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส (สีแดง) 8 ราย ผู้บาดเจ็บอาการปานกลาง (สีเหลือง) 7 ราย และผู้บาดเจ็บอาการเล็กน้อย (สีเขียว) 3 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการรักษาแล้ว ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์นิติเวช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต
สำนักงานเขตจตุจักรได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบและจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง โดยผู้ที่ต้องการติดต่อประสานงานสามารถติดต่อฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตจตุจักร ได้ที่ คุณกนิษฐา โทร. 08 1734 1298, คุณกมลจันทน์ โทร. 08 4078 4821, คุณมณทิรา โทร. 09 8951 6393 และคุณจักรพันธ์ โทร. 06 3156 3466
กรุงเทพมหานครขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน พร้อมยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อรรถวิชช์' แฉอีก กรุงเทพตะวันออกระบายได้น้อย เหตุกทม.ดองงบฯปี 67 ไม่ปรับปรุงคลองหนองบอน
'อรรถวิชช์' แฉอีก กทม.ตะวันออก ระบายได้น้อยเพราะ ยุคผู้ว่าฯชัชชาติ ไม่ดูแลคลองส่งน้ำหนองบอน ทั้งที่รัฐบาลให้งบตั้งแต่ปี 67 แล้ว จึงดึงน้ำจากเขตประเวศและเขตสะพานสูง มาได้น้อยมาก น้ำเลยท่วมหนักแถวหมู่บ้านกรุงเทพกรีฑา หมู่บ้านนักกีฬา เสียดาย เสียของ เสียเวลา
อดีตรองผู้ว่าฯกทม. จี้ กทม.เปิดผลศึกษาแก้มลิงคู้บอน-บางชัน ถามไม่คุ้มตรงไหน?
“สามารถ ราชพลสิทธิ์” ท้า กทม.เปิดหลักฐานยกเลิกโครงการแก้มลิงคู้บอน-บางชัน วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท จี้แจงต้นทุน ผลประโยชน์ และค่า EIRR เชื่อหากประเ
กทม. เหลือท่วม 1 จุด รับมือฝนรอบใหม่ 13-16 ต.ค. ตกหนักเย็นถึงค่ำ
รัฐบาลแจงอยุธยาน้ำเริ่มลด ส่วน กทม. ปรับเหลือ 8 เขตอุทกภัย ท่วมถนน 1 จุด ใต้สะพานคลองสามวา คาดเคลียร์พื้นที่จบสัปดาห์นี้ อุตุฯ เตือน 13-16 ต.ค. ฝนเพิ่มขึ้น กรุงเทพฯ ตกหนักเย็นถึงค่ำ
อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 32 จังหวัด ใต้ตกหนัก รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม
'กรณ์' จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่ มองข้ามความทุกข์ปชช.
‘กรณ์’ จี้รัฐบาล-กทม. เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม ชี้อย่าอ้างจัดประชุมใหญ่จนมองข้ามความทุกข์ประชาชน เสนอวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 แสนบาท ดึง กทม. ลุยบริการเชิงรุกถึงหน้าบ้าน ย้ำ ‘คนเดือดร้อนรอไม่ได้’
คุ้มค่ากว่าจริงมั้ย! เลิกสร้างแก้มลิง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน
'ดร.สามารถ' ฟาด กทม. เลิก 'แก้มลิง' อ้างที่ดินแพง เทียบชัดๆ ไม่สร้าง 'คู้บอน-บางชัน' ใช้หนองบอนแทน คุ้มค่ากว่าจริงไม๊ พร้อมชี้ทางสว่าง 1.1 หมื่น ทำใหม่กับปรับปรุงแหล่งเดิมพร้อมกันได้

