
9 ส.ค.2569-นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – Natthaphong Ruengpanyawut” เรื่อง 2 ปี พรรคประชาชน กับภารกิจสร้างอนาคตใหม่ที่ดีกว่า สร้างประเทศไทยให้ก้าวไกล เพื่ออำนาจสูงสุดเป็นของ ‘ประชาชน’ เนื้อหาดังนี้
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว 9 สิงหาคม 2567 คือวันที่ ‘พรรคประชาชน’ ถือกำเนิดขึ้น เพื่อรับไม้ต่อภารกิจและอุดมการณ์ทางการเมืองหลังการยุบพรรคก้าวไกล
แต่หากย้อนให้ไกลกว่านั้น จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งนี้ต้องมองกลับไปถึงวันที่ 7 สิงหาคม 2559 วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ได้รับความเห็นชอบจากการทำประชามติ และกลไกจากรัฐประหาร 2557 โดย คสช. ถูกวางไว้ในกติกาสูงสุดของประเทศ เพื่อให้กลุ่มการเมืองของผู้ทำรัฐประหารสืบทอดอำนาจได้โดยง่าย
ปี 2561 พรรคอนาคตใหม่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับความหวังที่จะสร้างการเมืองแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายที่เรียบง่ายแต่สำคัญที่สุด คือ ‘อนาคตที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน’
แม้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และต่อมาพรรคก้าวไกลต้องสิ้นสุดการเดินทางลงเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงตั้งมั่น คือ ความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยกระบวนการประชาธิปไตย เพื่อให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
ปี 2566 พรรคก้าวไกลพิสูจน์ให้เห็นว่า เราสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งได้ แม้จะอยู่ภายใต้กติกาที่ไม่เป็นธรรม และแม้เสียงของประชาชนจะไม่ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นรัฐบาล แต่ภารกิจของพวกเรายังเดินหน้าต่อ ในฐานะฝ่ายค้านที่ทำงานตรวจสอบอย่างเข้มข้น และพยายามผลักดันร่างกฎหมายสำคัญๆ อย่างเต็มกำลัง
วันนี้ พรรคประชาชนกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เราอาจไม่ได้เป็นรัฐบาล และผลการเลือกตั้ง 2569 อาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่พวกเราหวัง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เป้าหมายของเราเปลี่ยนไป
การชนะการเลือกตั้งและเข้าไปใช้อำนาจรัฐเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญ แต่ในระหว่างทาง เราจะใช้ทุกพื้นที่ ทุกอำนาจ และทุกโอกาสที่ประชาชนมอบให้ เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ในยุคสมัยที่กลุ่มผู้ทำรัฐประหารหมดอำนาจลงแล้ว กลไกต่างๆ ที่ถูกวางไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 กลับกลายเป็นเครื่องมือสำคัญให้บางกลุ่มการเมืองนำไปใช้ประโยชน์ จนทำให้เกิดสิ่งที่เราเรียกกันว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’
ปรากฏการณ์นี้ทำให้หลักนิติรัฐและนิติธรรมสั่นคลอน การบังคับใช้กฎหมายและระบบยุติธรรมถูกตั้งคำถาม นำมาสู่โจทย์ใหม่ๆ ที่เราต้องหาทางออกร่วมกัน นั่นคือ เราจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรัฐล้มเหลว เราจะยกระดับศักยภาพตัวเองใหม่ได้อย่างไร
นอกจากความท้าทายทางการเมืองภายในประเทศ อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่เราต้องออกแบบยุทธศาสตร์การรับมือมหาอำนาจ ว่าเราจะสามารถสร้างข้อตกลงเพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุดอย่างไร
แต่คำถามสำคัญของการเมืองไทยวันนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ว่า เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับใคร หรือเชื่อในวิธีการแบบไหน หากแต่คือคำถามว่า เราต้องการเห็นประเทศเดินไปในทิศทางใด และวาดภาพอนาคตของประเทศไทยไว้อย่างไร ระหว่างการเมืองที่อาศัยเครือข่ายอำนาจและระบบอุปถัมภ์ กับการเมืองที่เชื่อว่าอำนาจสูงสุดต้องกลับมาอยู่ในมือประชาชน
นี่ไม่ใช่เพียงโจทย์ทางการเมืองที่เราต้องหาคำตอบ แต่เป็นคำถามที่เราต้องส่งต่อไปยังพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยว่า วิธีการแบบไหนจะทำให้ประเทศยังอยู่ที่จุดเดิม และวิธีการแบบไหนจะสร้างความหวังถึงอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย
ช่วงการเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2569 ผมพูดไว้ว่า เราจะเปลี่ยนอนาคตให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดีกว่าของประชาชน สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้าก้าวไกลไปด้วยกัน ความหมายตรงตัวยังคงเป็นเช่นนั้น ไม่ว่าชื่อของพวกเราจะเปลี่ยนไป แต่เป้าหมายยังคงเหมือนเดิม
ผมขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ไว้วางใจและร่วมเดินเคียงข้างกันมาตลอดเส้นทาง
ในปีที่ 3 ผม และพรรคประชาชน จะยังคงทำงานด้วยความมุ่งมั่น ยึดถืออุดมการณ์ เจตจำนงทางการเมือง และความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคง และทำให้ ‘อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน’ เกิดขึ้นจริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชน. ข้องใจงบซ่อมเรือตรวจการณ์ กรมศุลกากร 57 ล้าน ซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น แต่ไม่ถูกตัดแม้แต่บาทเดียว
น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกตค่าใช้จ่ายในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดต่อปิโตรเลียม ซึ่งเมื่อรวมค่าซ่อมแซมเรือตรวจการณ์ศุลกากร จำนวน 19 ลำที่ใช้ในภารกิจเดียวกัน มีวงเงินรวม 57.3 ล้านบาท น่าสังเกตว่างบก้อนนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ
สส.ปชน. ซัด 'กลาโหม' ของบไม่ตรงภารกิจ สร้างเจดีย์-ถนน หนุนทหารทำเกษตรปศุสัตว์
“สภาฯ” ถกงบ กลาโหม “ฝ่ายค้าน” ขอปรับลด เหตุของบไม่เกี่ยวภารกิจ สร้างสถูปเจดีย์-ทำถนน-ทำเกษตร ซัดซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น
'เท้ง' สับงบปี 70 กว่า 95% เป็นโครงการเดิมยกมาจากปีก่อน ไม่เห็นเริ่มต้นคิดใหม่จากฐานศูนย์
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร เสนอแปรญัตติงบประมาณในมาตรา 7 สำนักงานนายกรัฐมนตรีว่า สำนักงบประมาณได้เสนอกรอบงบประมาณตัวเองมาประมาณ 1.05 พันล้านบาท แต่กรรมาธิการมีการปรับลดงบลงเพียงแค่ 2.4 แสนล้านบาทเท่านั้น
'ไอซ์' ฟาดสำนักงบฯ ทำงานไร้ประสิทธิภาพ แฉหลายโครงการไม่มีใบเสนอราคา แต่กลับปล่อยผ่าน
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 7 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกำกับ โดยขอปรับลดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% เนื่องจากเห็นว่ายังขาดประสิทธิภาพ ซึ่งการพิจารณางบของทุกโครงการควรมีใบเสนอราคา พร้อมรายละเอียดแนบมาด้วย แต่สิ่งที่เจอในคณะอนุกรรมาธิการบางโครงการ
'รอมฎอน' จี้ กอ.รมน. ชี้แจง 'บัญชีผี' งบหาย 3.3 พันล้าน สะท้อนปัญหาทุจริตกำลังพลชายแดนใต้
นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานในกำกับ ในส่วน กองอำนวยการทักษะความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยนายรอมฎอนได้นำผลสำรวจประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของนิด้าโพล ถึงกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ซึ่งประชาชน 35.7%
'ไหม' จี้หั่นงบปี 70 อีก 1 แสนล้าน ชงแก้กม.เลิกตั้งงบสำรองแข็งตัว 3 เท่า ปลดล็อกภาระประเทศ
‘ศิริกัญญา’ จี้หั่นงบปี 70 อีก 1 แสนล้าน พร้อมเสนอแก้กฎหมายเลิกตั้งงบสำรองแข็งตัว 3 เท่าเพื่อปลดล็อกภาระประเทศ

