กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีฟ้าผ่าบางพื้นที่ ภาคใต้ตอนล่างฝนตกหนัก จับตา 4-7 ต.ค. ฝนเพิ่มอีกระลอก เริ่มเหนือ-อีสาน ก่อนกระทบภาคกลาง กทม.-ปริมณฑล และภาคตะวันออก
3 ตุลาคม 2569 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง และอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นในบางพื้นที่
ทั้งนี้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ขณะที่มีลมใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย
สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุด้วยว่า ในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค. 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน หลังจากนั้นจะส่งผลกระทบต่อภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะถัดไป
จึงขอให้ประชาชนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรตรวจสอบเส้นทางและเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
ทั่วไทยมีฝน กทม.ร้อยละ 40
สำหรับพยากรณ์อากาศรายภาค ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ ถึงเวลา 06.00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดบึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาแล้ว! กรมอุตุฯ ประกาศทางการ 'ฤดูหนาวปีนี้' เริ่มช้า 1 สัปดาห์ อากาศเย็นน้อยกว่าปีก่อน
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง "การคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ.2569" ระบุว่า ฤดูหนาวของประเทศไทยปีนี้ คาดว่า บริเวณประเทศไทยตอนบน จะเริ่มต้นฤดูหนาวช้ากว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 1 สัปดาห์โดยจะเริ่มต้นประมาณสัปดาห์ที่สามของเดือนตุลาคม 2569 และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570
วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต นำทีมคณาจารย์และนักศึกษาลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.ฉะเชิงเทรา
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.สุริยะใส กตะศิลา รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และคณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
วันนี้ทั่วไทยยังเจอฝน! กลาง-ตอ.-ใต้อ่วมถล่ม 60-70%
กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าในลักษณะทั่วไป
ชลประทาน แจงน้ำท่วม 'ชุมชนบางเค็ม' อ.เขาย้อย มาจากน้ำป่าราชบุรี ไม่ใช่เขื่อนปล่อยน้ำ
สำนักงานชลประทานที่ 14 ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีน้ำท่วมชุมชนบางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ยืนยันไม่ได้เกิดจากการระบายน้ำของเขื่อน

