'ม้านอกสายตา' เปิดแล้ว 8 นโยบาย ชูแคมเปญ 'หยุดโกงกรุงเทพเปลี่ยนแน่'

31 มี.ค.2565 - น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)กรุงเทพมหานคร และว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพฯ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ดังนี้

ต้องหยุดโกง กรุงเทพเปลี่ยนแน่

#เลือกรสนามาเป็นทีม

หยุดโกงแล้วได้อะไร

1.บำนาญประชาชน 3,000 บาทเริ่มได้ก่อนที่กทม.

2.ไม่ต่อสัมปทานบีทีเอส ลดค่าตั๋วเหลือ 20 บาทตลอดสาย

3.ฟ้าทะลายโจรและยาไทยฟรีทุกบ้าน อยู่กับโควิดได้ กลับมาทำมาหากินอย่างมั่นใจ

4.กระจายงบ 50 ล้านต่อเขตให้คนพื้นที่ตัดสินใจแก้ปัญหา

5.ระบายน้ำท่วม จ้างงานขุดลอก 1,600 คลอง ฟื้นวิถีท่องเที่ยวเวนิสตะวันออก

6.ตั้งกองทุนหลังคาบ้านโซลาร์เซลล์ประหยัดค่าไฟ500บาททุกเดือน

7.ติดกล้อง CCTV 500,000ตัว กทม.ต้องปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำ

8.”เลิกรอคิวนาน” ยกระดับ69 ศูนย์อนามัย กทม.เป็นรพ.24 ช.ม

โปรดเลือก “รสนา” เป็นผู้ว่าฯกทม.

ดิฉันประกาศตัวเป็นคนแรกว่าจะสมัครผู้ว่าฯ กทมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ถูกมองว่าเป็นม้านอกสายตามาตลอด เพราะที่ผ่านมายังไม่ได้นำเสนอนโยบาย นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดิฉันจะไต่อันดับขึ้นไปเพื่อให้ถึงเส้นชัยให้ได้ ขอให้ชาวกทม.ที่ต้องการให้ “หยุดโกง เพื่อเปลี่ยนกทม.มาร่วมสู้ไปกับดิฉันเพื่อเปลี่ยนกทม.ไปด้วยกัน

รสนา โตสิตระกูล
31 มีนาคม 2565
วันสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.
#เลือกรสนามาเป็นทีม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โค้งสุดท้ายดุเดือด! ‘ภท.-ปชป.-พท.-ปชน.’ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวนชิงพื้นที่กทม.

โค้งสุดท้ายหาเสียงเลือกตั้งสุดคึก! 4 พรรคใหญ่เปิดเวทีปราศรัยเมืองกรุง "ภท." ชูได้มืออาชีพพลิกโฉม ศก. ลั่นไม่ทำประชานิยมก่อหนี้ "อนุทิน" ถามจะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือกลัวเขมร

'ยศชนัน' นำทีมเพื่อไทย ลุยฝั่งธน หาเสียงโค้งสุดท้าย

‘ยศชนัน’ นำทัพเพื่อไทยลุยฝั่งธนฯ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง ปลุกพลังคนกรุงก่อนปราศรัยใหญ่สนามเทพหัสดิน ชูแก้หนี้ทั้งระบบ ดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ย้ำ 8 ก.พ. ‘คนไทยต้องไม่จน’

คนกรุงอ่วม! ส้มทั้งเมือง เช็กเลย 12 เขต ฝุ่นPM2.5สูงสุด

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07:00 น.

สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ 33 เขต กับการกลับมาอยู่ในสมการของ 'ประชาธิปัตย์'

การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่แตกต่างจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 อย่างเห็นได้ชัด หากการเลือกตั้งครั้งก่อนถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสทางการเมืองที่พุ่งแรงและรวมศูนย์ การเลือกตั้งครั้งนี้กลับไม่มีแรงส่งแบบเดียวกัน และผลลัพธ์ไม่สามารถอธิบายด้วยพรรคการเมืองเพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป