
ปัญหาขยะโดยเฉพาะขยะพลาสติกในประเทศไทย นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา คนไทยสร้างขยะมูลฝอยรวม 24.98 ล้านตัน ลดลงจากปี 2563 ร้อยละ 1 ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ปริมาณขยะลดลงเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้มีการควบคุมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาประเทศไทย แต่ในขณะเดียวกันปริมาณขยะพลาสติกกลับเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีมาตรการกำหนดให้ปฏิบัติงาน Work From Home การสั่งอาหารผ่านระบบบริการส่งอาหาร (Food Delivery) ซึ่งส่งผลให้ปริมาณขยะพลาสติกใช้ครั้งเดียว (Single use plastic) เพิ่มขึ้น

ในขณะที่ประเทศไทยได้วาง Roadmap การจัดการขยะพลาสติก ปี 2561-2573 ตั้งเป้าหมายสูงสุดคือ การนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ร้อยละ 100 ภายในปี 2570 ดังนั้นการบริหารจัดการขยะพลาสติกจึงเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย หนึ่งในวิธีการลดปริมาณขยะพลาสติกที่สามารถทำได้ง่ายๆ คือ ลดขยะตามแนวคิด 3R (Reduce Reuse and Recycle) Reduce หรือ การใช้ให้น้อยลง ลดการใช้วัสดุผลิตภัณฑ์ที่ก่อให้เกิดขยะเพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น Reuse หรือการนำวัสดุผลิตภัณฑ์ที่ยังสามารถใช้งานได้กลับมาใช้ซ้ำ และ Recycle หรือการนำวัสดุผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานแล้วมาแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ โดยกระบวนการแปรรูปนี้ใช้ทั้งต้นทุนและพลังงานที่น้อยกว่าการทำขึ้นใหม่ซึ่งสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการจัดการขยะพลาสติกดังกล่าว อีกทั้ง ปตท. เองก็ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการขยะพลาสติกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และสิ่งแวดล้อมที่มั่นคงของคนไทยทุกคน จึงร่วมมือกับเครือโรงพยาบาลสินแพทย์ จัดทำโครงการ “คุณรักโลก โลกรักคุณ” ตั้งจุดเก็บซองยาพลาสติกใช้แล้ว เพื่อนำไปรีไซเคิลตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง โครงการบริหารการสร้างประโยชน์ร่วมธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น กลุ่ม ปตท. หรือ PRISM ร่วมกับ โครงการ “Youเทิร์น แพลตฟอร์ม” โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) จัดตั้งจุดรับซองยาใช้แล้วในพื้นที่โรงพยาบาลสินแพทย์ 4 สาขา ได้แก่ เทพารักษ์ ศรีนครินทร์ เสรีรักษ์ และ รามอินทรา และโรงพยาบาลวิภาราม 2 สาขา ได้แก่ พัฒนาการ และ ชัยปราการ

ในระยะทดลองดำเนินการ เพื่อทำการเก็บข้อมูล ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำพลาสติกจากซองยาใช้แล้วมา Upcycling ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพและมูลค่าสูงขึ้น โดยมี นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายสิทธิ ภาณุพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการผู้บริหาร บริษัท สินแพทย์ จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารกลุ่ม ปตท. และผู้บริหารเครือโรงพยาบาลสินแพทย์ เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการฯ
ความร่วมมือระหว่างกลุ่ม ปตท. และเครือโรงพยาบาลสินแพทย์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายให้ประชาชนตระหนักถึงการบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกต้องเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปัญหาการจัดการขยะพลาสติกต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งผู้ใช้ ผู้ผลิตในทุกอุตสาหกรรม จึงจะสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน อีกทั้ง การนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ โดยผ่านกระบวนการรีไซเคิล นอกจากจะช่วยลดปริมาณขยะแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” ปตท. เชิญชวนคนไทยร่วมซาบซึ้งในความงดงามแห่งพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการแสดงและกิจกรรมสุดประทับใจ ใจกลางสวนเปรมประชาวนารักษ์
ปตท. เชิญคนไทยร่วมงาน “Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” งานเทิดพระเกียรติที่ถ่ายทอดความรัก ความเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านศิลปะการแสดงและกิจกรรมสร้างสรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่น
กลุ่ม ปตท. ปลุกพลังเด็กและเยาวชน สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้สู่อนาคตที่ยั่งยืน ในงานวันเด็ก กลุ่ม ปตท. ประจำปี 2569
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกลุ่ม ปตท.
ชะล่าใจทิ้งก้นบุหรี่ ไฟลุกพึ่บเผาวอดโกดังเก็บของเก่า
ตาวัย 82 ทิ้งก้นบุหรี่ ไฟลุกเผาวอดโกดังเก็บของเก่าใจกลางชุมชน ขณะที่เจ้าของให้ไม่เอาความมีแค่ความเสียหายขวดพลาสติกรีไซเคิล
ปตท. คว้า สูงสุด 9 รางวัล “รัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยมและดีเด่น” ปี 2568 สะท้อนศักยภาพการเติบโตขององค์กรในทุกมิติ
วันนี้ (22 ธันวาคม 2568) - ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น (SOE Award) ประจำปี 2568 ให้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) โดยมี นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ พร้อมด้วย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง

