
2 ธ.ค.2565 - นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 65 สำนักงานศาลยุติธรรม
ได้ดำเนินการตรวจนับคะแนนการเลือกกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ให้ดํารงตําแหน่งตามวาระ ได้แก่ ชั้นศาลฎีกา ชั้นศาลชั้นอุทธรณ์ และชั้นศาลชั้นต้น จํานวนชั้นศาลละ 4 คน ตามมาตรา 10 (2) (ก) (ข) (ค) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ห้องประชุมใหญ่สำนักงานศาลยุติธรรม ชั้น 12 สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
โดยคณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนในการเลือก ก.บ.ศ. ได้ตรวจนับบัตรลงคะแนนจากผู้พิพากษาทั่วประเทศที่ส่งกลับมายังสำนักงานศาลยุติธรรม ปรากฏผลผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น ก.บ.ศ.ดังนี้
ชั้นศาลฎีกา จำนวน 4 คน ได้แก่
1. นายกมล คำเพ็ญ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้ 2,384 คะแนน
2. นายวรวุฒิ ทวาทศิน ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้ 2,192 คะแนน
3. นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ รองประธานศาลฎีกา ได้ 2,071 คะแนน
4. นายอำนาจ โชติชะวารานนท์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้ 2,040 คะแนน
ชั้นศาลอุทธรณ์ จำนวน 4 คน ได้แก่
1. นายเอื้อน ขุนแก้ว ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ได้ 2,830 คะแนน
2. นายสุรพล กล่อมจิตต์ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ 2,538 คะแนน
3. นางสุพิชญ์ กรอบคำ ประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ ได้ 2,055 คะแนน
4. นายเริงศักดิ์ วิริยะชัยวงศ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ ได้ 1,690 คะแนน
ชั้นศาลชั้นต้น จำนวน 4 คน ได้แก่
1. นายธนรัตน์ ทั่งทอง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 6 ได้ 2,650 คะแนน
2. นายฉัตรชัย ไทรโชต อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ได้ 2,488 คะแนน
3. นายสุวิชา สุขเกษมหทัย รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ได้ 1,894 คะแนน
4. นายบุญเขตร์ พุ่มทิพย์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ได้ 1,697 คะแนน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทั้งนี้ ก.บ.ศ. มีอํานาจหน้าที่ในการกํากับดูแลการบริหารราชการศาลยุติธรรม ในส่วนที่เกี่ยวกับงานบริหารราชการและงานธุรการของสํานักงานศาลยุติธรรมให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ แบบแผนและประเพณีปฏิบัติของทางราชการศาลยุติธรรม ให้เป็นไปตามนโยบายของประธานศาลฎีกา ให้ความเห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่าย การพัสดุในการบริหารราชการของศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลยุติธรรม-กำหนดอัตราเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนฯลฯ
สำหรับคณะกรรมการ ก.บ.ศ.ประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธานโดยตำแหน่ง และข้าราชการตุลาการในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา ที่ได้รับเลือกจากผู้พิพากษาทั่วประเทศชั้นศาลละ 4 คน กับบุคคลภายนอกผู้ทรงคุณวุฒิด้านงบประมาณ ด้านพัฒนาองค์กร หรือด้านบริหารจัดการที่ประธาน ก.บ.ศ. และ ก.บ.ศ. ประจำศาลเลือกมาไม่น้อยกว่า 2คน แต่ไม่เกิน 4คน คณะกรรมการชุดนี้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครบ 10 ปีศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยืนหยัดหลักนิติธรรม ปราบคอร์รัปชันเชิงรุก
มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของศาลยุติธรรม ในส่วนของ”ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ”ในโอกาสครบรอบสิบปี โดยวันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา
ศาลยุติธรรมชูทำงานแทนค่าปรับ ผ่อนจ่ายได้ กักขังเป็นทางเลือกสุดท้าย
ศาลยุติธรรมเดินหน้าคุ้มครองสิทธิประชาชน ปรับแนวทางบังคับโทษปรับคดีอาญา เปิดทางผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ทำงานบริการสังคมแทนค่าปรับ คิดอัตรา 500 บาทต่อวัน พร้อมให้ผ่
ก.ต.เห็นชอบแต่งตั้ง 'เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล' นั่งเลขาฯศาลยุติธรรมคนใหม่
ก.ต.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “เผ่าพันธ์ ชอบน้ำตาล” รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมคนใหม่ มีผล 1 ต.ค. 2569 พร้อมจับตาการเดินหน้าพัฒนาร
มติ ก.ต. ไล่ออก 'อดีตอธิบดีผู้พิพากษา' ช่วยเหลือคู่ความคดีพิพาทตระกูลณรงค์เดช
ก.ต. ลงโทษไล่ออก อดีตอธิบดีศาล โดนคลิปวงจรปิดเข้าออกบ้านคู่ความตระกูล “ณรงค์เดช” คดีพิพาทหลายพันล้าน
อดีตผู้พิพากษาถอดรหัสคำแนะนำ 'ประธานศาลฎีกา' ว่าด้วยการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา วิเคราะห์คำแนะนำประธานศาลฎีกาฉบับใหม่ ว่าด้วยการดำเนินคดีโดยไม่สุจริต ชี้เป็นหมุดหมายสำคัญของก
คำแนะนำของ 'ประธานศาลฎีกา' เกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญาพ.ศ.

