เอาแล้ว! ปิยบุตรไม่ทนบอก 'พิธา' เอาดีเข้าตัว เอาชั่วโยนให้ เตรียมแฉคืนพฤติกรรม ชี้หากปล่อยไว้จะไม่เป็นผลดีต่อการต่อสู้และพรรคก้าวไกลในอนาคต
22 ก.พ.2566 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่โพสต์ถึงตัวเองว่า พึ่งได้อ่านที่ “คุณพิธา” เขียน “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้ผม” ทั้งหมดแล้วครับ
เดี๋ยวผมจะทยอยเขียนอธิบายให้ฟังทั้งหมดยาวๆ
ผมไม่อยากพูดเรื่อง “คุณพิธา” เลย ที่ผ่านมา พยายาม วิจารณ์พรรคอย่างตรงไปตรงมา ไม่พูดถึงตัวบุคคล แต่ “คุณพิธา” ก็ให้เกียรติโพสต์สื่อสารถึงผมโดยตรงขนาดนี้ ก็ถือเสียว่า “คุณพิธา” คงอยากคุยกับผมในที่สาธารณะ ผมจึงจำเป็นต้องตอบโดยละเอียดทุกประเด็น ประชาชน สมาชิก ผู้สนับสนุนพรรค จะได้รู้เสียทีว่า “คุณพิธา” เอารัดเอาเปรียบ พวกผม ทีมงาน พนักงาน ทีมจังหวัดทั่วประเทศ ส.ส. และผู้สมัคร ส.ส.เพียงใด ใครกันแน่ “มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ” ใครกันแน่ “จับเสือมือเปล่า”
เมื่อวานเย็น ผมนัดกินข้าวกับเพื่อนมิตรและเพื่อน ส.ส. มีทีมงานมาบอกว่า “คุณพิธา” โพสต์ตอบโต้ผม ให้ผมใจเย็นๆ อย่าตอบโต้ ผมเอง ก็ไม่อะไร จนเจอธนาธรกับชัยธวัช ก็รำลึกความหลังครบรอบ 3 ปียุบพรรคอนาคตใหม่ที่เราริเริ่มมาด้วยกัน แล้วก็เคลียร์เรื่องนี้กันไป แต่พอผมกลับบ้านมา เปิดอ่านดู โอ้โฮ “คุณพิธา” เขียนแบบ “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าผม” ไอ้นั่นเรื่องเล็ก ผมมาเป็นนักการเมือง เจอเรื่องวิจารณ์กันแบบนี้ จะมา “ใจเสาะ” แบบ “คุณพิธา” ไม่ได้ แต่ที่น่ารังเกียจกว่า คือ การเขียน “ขาวเป็นดำ ดำเป็นขาว” เสียมากกว่า จนทำให้ พนักงาน ทีมงาน ทั่วประเทศคงอึ้งไปตามๆกันว่า “คุณพิธา” เป็น “ผู้นำ” เพื่อนรวมงานกว่าร้อยชีวิต แล้วผมเป็นคนที่ “ไม่เป็นมืออาชีพ” มาทำลายพรรคก้าวไกล อย่างที่ “คุณพิธา” พูดจริงหรือ? เขียน “ขาวเป็นดำ” ว่า “คุณพิธา” เป็นพระเมสสิอาห์มากอบกู้พรรค ส่วนผมกลายเป็นพวกทำลายพรรค?
เมื่อไรก็ตามที่สื่อติดต่อผมให้ไปคุยเกี่ยวกับการวิจารณ์พรรคก้าวไกล ผมปฏิเสธทุกครั้ง เพราะไม่ต้องการให้บานปลาย ถือเสียว่า ผมเป็น “คนนอก” วิจารณ์เข้าไป (ซึ่งวัฒนธรรมการเมืองในต่างประเทศ ปัญญาชนที่เคยร่วมพรรคกันมา พอออกมา เขาก็วิจารณ์กันเป็นเรื่องปกติ) ก็ใช้เพจของผม เขียนไปเรื่อยๆ ไม่ขยายความดราม่าผ่านสื่อต่างๆ
แต่นับแต่วันนี้ ผมจะเขียนอธิบายยาวๆ ไปเรื่อยๆ และพร้อมจะไปออกสื่ออธิบายทั้งหมดครับ ว่า “คุณพิธา” ทำอะไรบ้าง
ผมยืนยันว่า ผมรักและสนับสนุนพรรคก้าวไกล พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่จำเป็นในสถานการณ์ระยะเปลี่ยนผ่านเช่นนี้
ผมมีเพื่อนพ้องน้องพี่มากมายที่ยังทำงานอยู่ที่นี่ ลงสมัคร ส.ส.ที่นี่ และผมให้กำลังใจสนับสนุนพวกเขา พร้อมที่จะช่วยพวกเขาเสมอ
ผมรักเพื่อนของผมที่ร่วมก่อตั้งพรรคกันมา แต่ด้วยความรักพรรคก้าวไกลเช่นนี้ เห็นพฤติกรรมของ “คุณพิธา” แบบนี้ ผมคงปล่อยผ่านไม่ได้ครับ มิเช่นนั้น ผมจะทำบาปต่อพรรคก้าวไกลและประเทศชาติ
ถ้าคิดถึงความถูกต้องและการต่อสู้ระยะยาว พรรคก้าวไกล และเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ด้วยกันมาตั้งแต่ยังเป็นวุ้น ปล่อย “คุณพิธา” แบบนี้ต่อไปไม่ได้ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลลงโทษหนัก! คุก 1 ปี 'นครชัย' อดีต สส.ส้ม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ศาลจำคุก 'นครชัย ขุนณรงค์' อดีต สส.ระยอง 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเคยติดคุก ขาดคุณสมบัติ-เเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ชี้มิให้เป็นเยี่ยงอย่างบุคคลอื่น ก่อนให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
'เจ๊เจี๊ยบ' โต้ 'ปวิน' ป้อง 'ปิยบุตร' ไม่เคยมีพฤติกรรมเป็น 'โปลิตบูโร' เป็นคนที่ให้เกียรติทุกคน
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต กรณีกล่าวหา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ว่า
เอ้า…เฉลย! 'ปิยบุตร' เหตุทิ้งส้ม เพราะพรรคเปลี่ยนไป รวมศูนย์เป็นเผด็จการไม่ฟังใคร
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความว่า ในความรับรู้และการค้นคว้าศึกษาของผม ไม่มีทฤษฎีพรรคมวลชนจาก
'ช่อ' แจงยิบ 'สเปกเตอร์ ซี' รับจ้างผลิตสื่อ 'ก้าวไกล-ปชน.' ลูกค้า ไม่ได้ใช้เงินบริจาคทำไอโอ
ช่อ พรรณิการ์ ในฐานะอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เล่าที่มาบริษัทสเปกเตอร์ ซี
'นักวิชาการ' ฟันเปรี้ยง! เหตุที่คนกรุงเทพเลือก 'พรรคส้ม' เพราะการตลาดที่โหมกระหน่ำทางสื่อ
ดร.ปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการทางบูรพคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า สาเหตุที่คนกรุงเทพมีแนวโน้มเลือกพรรคส้ม: มุมมองนี้เป็นทรรศนะส่วนตัวนะครับ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับผมก็ได้ครับ
เปิดเบื้องลึก 'โปลิตบูโรพรรคส้ม' ไม่ยอมเป็นรัฐบาล ต้องแพ้เพื่อ 'ธนาธร' รอเวลากลับมา 2572
นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ต้องแพ้เพื่อธนาธร ยังไม่ใช่เวลาของพวกเรา มีเนื้อหาดังนี้ นี่คือความคิดหลักของคณะโปลิตบูโรของพรรคส้ม หลักการนี้ถูกวางไว้ตั้งแต่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่ และถูกนำมาใช้เป็นหลักในการบริหารการเมืองในพรรคส้ม

