
อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
เพราะต่างก็รับรู้ รับทราบ "มติแพทยสภา" พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม “หมอโสภณรัชต์” เป็นเวลา 3 เดือน กรณีที่เกี่ยวข้องกับการให้ข้อมูลทางการแพทย์ไม่ตรงกับความจริง หรือทำให้การเจ็บป่วยดูรุนแรงเกินจริง ในกรณีชั้น 14 ของทักษิณ
พอได้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ก็ย่อมต้องถูกสังคมโฟกัส ต้องถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์
แต่ถ้าไปดูกฎ ไปดูกติกา การแต่งตั้ง "นายพล" วาระเดือนเมษายน ที่มีวัตถุประสงค์ "ตอบแทน" ตำรวจวัยใกล้เกษียณในอีก 6 เดือนข้างหน้า เพื่อได้ยศ ได้ตำแหน่ง ทั้งระดับ "ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ยศ พล.ต.อ., "ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ยศ พล.ต.ท. และ "ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ยศ พล.ต.ต.
“หมอโสภณรัชต์” ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2569 ครองตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.มาเกิน 1 ปี อยู่อาวุโสลำดับ 1 ในระนาบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และยังไม่ได้ถูกลงโทษลงทัณฑ์จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ได้ขยับขึ้น "ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ติดยศ "พล.ต.อ." ก็ไม่ได้ผิดกฎ ผิดกติกา เพียงแค่อาจจะผิดใจสังคมไปบ้าง
ทว่าที่น่าสนใจในมติ ก.ตร.ครั้งนี้ ที่ไม่แพ้การขยับ “หมอโสภณรัชต์” ขึ้นที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดยศ พล.ต.อ. คือการเห็นชอบแต่งตั้งตำแหน่งระดับ “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” และ “ผู้บัญชาการ” นอกวาระ
แม้จะยังไม่มีชื่อ ไม่มีโผ หลุดออกมาว่ามีใครจะได้รับการแต่งตั้ง แต่ก็มีข่าวลือ ข่าวสะพัด การผุด “นอกวาระ” ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อแก้ปัญหา
เดดล็อก!!!
กรณี พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ที่ "ผบ.ต่าย" มีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ ศปก.ตร. หลังแพทยสภามีมติพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม 6 เดือน จากเคสชั้น14 เหมือน หมอโสภณรัชต์ และให้ พล.ต.ท. นพ.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจ นายแพทย์ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ รักษาราชการแทน จะสิ้นสุดการช่วยราชการวันที่ 31 มี.ค.นี้
หากไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา "หมอทวีศิลป์" ก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ "นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" ตามเดิม ซึ่งก็จะมีผลพวงเกี่ยวพันไปอีกหลายๆ อย่าง
โปรเจกต์แต่งตั้งนายพล "นอกวาระ" จึงต้องแทรกขึ้นมา เพื่อขยับ “หมอทวีศิลป์” ขึ้น "ผู้ช่วย ผบ.ตร." และโยก “หมอไพบูลย์” มาเป็น "นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" เต็มตัว
อีกส่วนหนึ่งที่ต้องวัดใจนอกเหนือจาก 2 ตำแหน่งเพื่อแก้ปัญหาเดดล็อกแล้ว “ผบ.ต่าย” จะแต่งตั้ง “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” และ “ผู้บัญชาการ” นอกวาระ แทนตำแหน่งว่างอื่นด้วยหรือไม่
ต้องจับตา!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ

