เรียกร้องรัฐบาลเศรษฐา เร่งนิรโทษฯคดีการเมือง เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หลังทักษิณได้อภัยลดโทษ

6 ก.ย.2566 - ภายหลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี จาก 8 ปีในคดีคอร์รัปชันตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากหลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เร่งออกกฎหมายนิรโทษกรรมเกี่ยวกับคดีการเมืองเพื่อให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

โดยรศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า "ผมคิดว่า หลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตรได้รับการลดโทษจาก 8 ปี เหลือ 1 ปี แล้ว เพื่อสร้างความเป็นธรรมและยุติความขัดแย้งทั้งหมดอย่างแท้จริง

เรื่องสำคัญอย่างหนึ่งที่รัฐบาลเศรษฐาควรทำในการประชุม ค.ร.ม. นัดแรกคือ การออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรมคดีการเมืองทั้งหมด"

ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กในประเด็นเดียวกันว่า รัฐบาลเศรษฐาและทุกพรรคในสภาควรเร่งผลักดันการนิรโทษกรรมคดีการแสดงออกทางการเมือง

นับตั้งแต่คุณทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 22 สิงหาคม และได้รับการลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี ในวันที่ 1 กันยายน และเตรียมเข้าสู่กระบวนการพักโทษหรือได้รับอภัยโทษตามวโรกาสสำคัญต่อไปนั้น จนถึงตอนนี้ มีคนจำนวนมากตั้งคำถามและไม่เห็นด้วยกับกรณีคุณทักษิณ โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานที่เท่าเทียมกัน และการตกลงเจรจาต่างๆ เพียงแต่ว่ามีการแสดงออกมากน้อยต่างกันไป

เพื่อลดทอนการตั้งคำถามเรื่องความไม่เสมอภาค และเพื่อความปรองดองอย่างแท้จริงและเท่าเทียม รัฐบาลเศรษฐา และพรรคการเมืองในสภา ควรเร่งผลักดันให้มีการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคดีเกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนทุกฝักฝ่าย ทั้งพันธมิตรฯ นปช. กปปส. และกลุ่มเยาวชน และ “ราษฎร” ตั้งแต่ปี 48 จนถึงปัจจุบัน

นี่ต่างหากที่จะเป็นก้าวแรกของการก้าวข้ามขัดแย้งที่แท้จริง สร้างความปรองดองสมานฉันท์ และเกิดประโยชน์ตกแก่ประชาชนคนธรรมดา นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชนลดข้อครหาที่มีต่อรัฐบาลเศรษฐา และพรรคเพื่อไทยในประเด็นเกี่ยวกับบ่อเกิดของการตั้งรัฐบาลชุดนี้ได้อีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘หนูไม่ใช่หมู’ ชัยชนะถล่มทลายและทิศทางอำนาจใหม่ของนายกฯ อนุทิน

การเปิดใจสัมภาษณ์สด ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ในรายการกรรมกรข่าว ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เมื่อเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 69 หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ

พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (37)

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490 เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 และฉบับที่ 3 คือฉบับ

ผลประชามติ 8 ก.พ. เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ กับเดิมพันการเมืองไทย

วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว วันดังกล่าวยังเป็นเดิมพันอนาคตรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะนอกจากประชาชนจะได้บัตรเลือกตั้งสองใบเพื่อเลือก สส.ระบบเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว ก็ยังจะได้บัตรออกเสียงประชามติ กับคำถามที่ว่า

'อนุทิน' ขึ้นรถแห่ช่วยหาเสียงห้วยขวาง-วังทองหลาง ขอคะแนนคนกรุงวันสุดท้าย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดประชาราษฎร์ บำเพ็ญ 24 เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครสส.กทม. เขตห้วยขวาง-