29 พ.ย.2566 - เวลา 16.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารกิติยาคาร ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2564 ณ หอประชุมอาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นวันที่ 1
ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาเคมี)
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท ความว่า “ ข้าพเจ้าและพระราชินีมีความยินดี ที่ได้มามอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวันนี้ ขอแสดงความชื่นชมกับผู้ทรงคุณวุฒิและบัณฑิตทุกคนที่ได้รับเกียรติและความสำเร็จ ความเป็นบัณฑิตนั้นนับว่าเป็นเกียรติอย่างสูง ควรที่จะรักษาและเชิดชูไว้ด้วยดี การที่จะรักษาเกียรติแห่งความเป็นบัณฑิตไว้ให้ได้ คงไม่มีวิธีใดที่ดีไปกว่า การนำความรู้ความสามารถ คุณธรรมความดี และคุณสมบัติทั้งปวงที่มีอยู่ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตและประกอบกิจการงาน เพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์และความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตนเอง แก่ส่วนรวม และชาติบ้านเมือง
จึงขอให้บัณฑิตทุกคน เห็นคุณค่าแห่งความเป็นบัณฑิตของตน และตั้งใจปฏิบัติการทุกอย่าง ให้สมกับคุณค่า และเกียรติ ทั้งนั้นเสมอไป ข้าพเจ้าขอมอบปริญญาบัตร ให้แก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขออำนวยพรให้ทุกคนประสบความสุขพร้อมทั้งความสำเร็จ ในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ”
สำหรับอาคาร “กิติยาคาร” เป็นอาคารหอประชุมหลัก และอาคารหอประชุมเล็ก ซึ่งได้รับพระราชทานชื่ออาคารจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เดิมเป็นอาคารยิมเนเซียม 1 ที่ใช้เป็นสถานที่สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 เมื่อปี 2541 และใช้ประโยชน์ในกิจกรรมกีฬา การเรียนการสอน และกิจกรรมอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย ต่อมาเมื่อปี 2554 อาคารได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จึงได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารดังกล่าวให้เป็นหอประชุมใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยห้องจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หอดนตรี ห้องจัดเลี้ยงอเนกประสงค์ ห้องประชุมสัมมนา ห้อง “แอคทีฟ เลินนิ่ง รูม” (Active-Learning Room) และอาคารหอประชุมเล็ก ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนการสอนและการเสนอผลงานของนักศึกษา โดยจัดเป็นโรงละครเชิงทดลองของคณะศิลปกรรมศาสตร์



ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล”
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง และอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าฯ ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารพระองค์ภา
“ในหลวง-พระราชินี” ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100 วัน) “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” คณะทูตานุทูต 45 ประเทศ ร่วมในพระราชพิธี
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรการสอนภาษา-หัตถกรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569

