20 ธ.ค.2566 - จากกรณี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีต รมว.ยุติธรรม กล่าวถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้ต้องขังเด็ดขาด เข้าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ 2560 เรื่องระเบียบการคุมขังนอกเรือนจำ เพราะมีโทษน้อยกว่า 1 ปี และไม่ใช่บุคคลอยู่ในข่ายสิ่งที่น่ากลัวของสังคม แต่เป็นโทษที่ไม่ได้เป็นภัยต่อสังคม
ล่าสุด นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า ราชทัณฑ์ต้องกำหนดหลักเกณฑ์แนวปฏิบัติก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ออกและอยู่ระหว่างดำเนินการเพราะมีรายละเอียดต้องพิจารณาแต่จะเร่งรัดให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีผู้ต้องขังที่ป่วย พิการ ผู้ต้องขังสูงอายุ ดูแล้วไม่มีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดซ้ำรอใช้ระเบียบฉบับนี้อยู่เช่นกัน ส่วนระยะเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์และข้อมูลที่รวบรวมเพราะมีคณะทำงานตรวจสอบ ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าจะทันก่อนปีใหม่หรือไม่
นายสหการณ์ กล่าวอีกว่า หากกรณีเข้าหลักเกณฑ์ นายทักษิณ ชินวัตร จะพักอาศัยที่บ้านหรือโรงพยาบาลต่อนั้น ก็ต้องดูขั้นตอนในบทกระทรวง ระเบียบเพราะมีหลายสถานที่ขึ้นอยู่กับแต่ละคน โดยคณะทำงานจะพิจารณาว่าสถานที่ใดมีความเหมาะสมกับบุคคลนั้นๆ ซึ่งคำว่าเหมาะสม หมายถึงว่า สถานที่ที่รองรับมีความพร้อมในการทำกิจกรรม ปฏิบัติตัวตามเงื่อนไขได้ และอยู่ในสถานที่ราชทัณฑ์ควบคุมดูแลได้ ซึ่งไม่ไกลจากเรือนจำและเจ้าหน้าที่ไปหาได้ง่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่าส่วนนายทักษิณ จะเป็นผู้ต้องหาชุดแรกได้ใช้ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำหรือไม่ นายสหการณ์ เผยว่า ตนไม่สามารถคาดการณ์ได้เพราะเรือนจำทั่วประเทศต้องไปดำเนินการคัดเลือกพิจารณาผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติและเข้าหลักเกณฑ์ ก่อนเสนอรายชื่อขึ้นมายังคณะทำงานตามขั้นตอน ส่วนผู้ต้องหาชุดแรกจะได้ใช้ระเบียบดังกล่าวเมื่อไหร่นั้น ยังไม่สามารถบอกได้เพราะว่าหลักเกณฑ์และคุณสมบัติยังไม่ประกาศใช้
ทั้งนี้ จำนวนผู้ต้องขังที่อยู่ในเงื่อนไขมีหลักหมื่นรายแต่ก็ต้องดูความพร้อมด้านอื่นๆ ด้วย อาทิ ด้านสถานที่คุมขัง ความพร้อมของตัวผู้ต้องขังเอง ความพร้อมในสิ่งที่ต้องกำหนดตามแนวทางปฏิบัติ ความเสี่ยงต่างๆ เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีคนจนหรือคนรวยได้ใช้ระเบียบนี้แล้วแต่บ้านมีห้องแอร์เป็นการเหลื่อมล้ำหรือไม่ นายสหการณ์ เผยอีกว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้คนจนน่าจะได้โอกาสมากกว่า เพราะที่ผ่านมาปกติคนที่ไม่ได้อยู่ในฐานะร่ำรวยมีจำนวนเยอะมากกว่าและมีอาการเจ็บป่วย พิการ หรือชราภาพ ซึ่งสมควรได้รับการพิจารณาให้คุมขังนอกเรือนจำ เเละคณะทำงานไม่ได้เจาะจงให้คุมขังเฉพาะที่บ้าน แต่อาจเป็นมูลนิธิ วัดวาอาราม สถานศาสนา บ้านญาติพี่น้อง หรือบ้านพักคนชราก็ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อออกเรือนจำไปแล้วผู้ต้องขังยังอยู่ในการควบคุมดูแลของราชทัณฑ์ และ ภายใต้คำพิพากษาของศาล ฉะนั้น ต้องไม่มีความเสี่ยง ไม่เปิดช่องให้หลบหนีหรือก่อเหตุซ้ำ ซึ่งต่างประเทศ ทั้งยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อังกฤษ ทำมานานแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
'ยุทธ บางขวาง' เสียดายเกษียณแล้ว ไม่มีโอกาสหิ้ว 'ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง' ไปประหาร
ยุทธ บางขวาง อดีตเจ้าหน้าที่เรือนจำบางขวาง และอดีตพี่เลี้ยงนักโทษประหาร โพสต์ถึงไอ้ป๋อง-ไอ้ธง
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย
'อนุทิน' ตอบปม 'ธรรมนัส' บินโมนาโก ชี้สีแดงผสมเขียว ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม จะเริ่มต้น ด้วยการโยกย้ายใช่หรือไม่ ว่า
'ธรรมนัส' แจงบินโมนาโก พาครอบครัวไปเที่ยว ไม่ได้นัดเจอทักษิณ ซัดไม่ใช่พวกอีแอบ
“ธรรมนัส” แจงบิน “โมนาโก” พาครอบครัวพักผ่อน ลั่นไม่ใช่พวกอีแอบ ไม่จำเป็นต้องบินไปพบ “ทักษิณ” ข้ามทวีป ชี้เช็กเส้นทางบินก็รู้ความจริง พร้อมติด #ไม่มีปฏิญญาMonaco
ผงะ! นักโทษไม่กลับใจ ปัตตานี
ม.ธรรมศาสตร์จัดเสวนาตีแผ่ปัญหา “ผู้ต้องขังในเรือนจำไทย” ชี้ปัจจุบันนักโทษไทยล้นคุก เพราะสังคมเหลื่อมล้ำ ความไม่รู้กฎหมาย ระบบการดูแลที่ไม่มีประสิทธิภาพ เผย 80% ทำผิดซ้ำหลังพ้นโทษ ทำไทยเสียโอกาสทางเศรษฐกิจกว่า “3 แสนล้านบาท”

