
คนที่จำหน่ายข้าวทั้งเจ้าของโรงสี ผู้ส่งออกทั้งหมด มูลค่าธุรกิจของพวกเขาเป็นหมื่นๆ ล้าน จะมานั่งโกหกเช่นนี้ให้ธุรกิจของเขาพังหรือ แล้วคนที่ออกมาพูดก็ไม่มีความรู้ เท่ากับการให้ข้อมูลเท็จในคอมพิวเตอร์ ซึ่งผิดกฏหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์
14 พ.ค.2567- ที่อาคารสุเมธตันติเวชกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี อ.เมือง จ.เพชรบุรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพข้าว ว่า เมื่อวานนี้ (13 พฤษภาคม) ตนโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงความในใจให้สาธารณะชนได้รับรู้แล้ว
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนพิสูจน์แล้วในขั้นต้นก่อนนำข้าวมาประมูล ซึ่งเป็นการพิสูจน์ที่โปร่งใสที่ตนพูดเช่นนี้เพราะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวในกระบวนการ และเมื่อคืนนี้ที่ผ่านมานพ.วรงค์ เดชวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ก็ระบุว่าข้าวดังกล่าวไม่มีตรารับรอง ขอให้ท่านไปดูภาพที่สื่อมวลชนถ่ายไว้ เราไม่มีอะไรต้องปิดบัง
“ผมอยากให้คนที่วิจารณ์ วิจารณ์โดยตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่นั่งคิดเองเหมือนนิยายแล้วนำมาพูด ซึ่งข้าวถือเป็นสินทรัพย์ของประเทศไทย การที่จู่ๆ มาด้อยค่าโดยไม่รู้ข้อเท็จจริงเท่ากับทำลายเศรษฐกิจ และความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบโปร่งใสที่สุด สื่อมวลชนเป็นพยานได้ ผมไม่ได้ไปย้อมแมวขาย ฉะนั้น ข้าวจึงไม่จำเป็นต้องหอมเหมือนข้าวใหม่“ นายภูมิธรรม กล่าว
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า คนที่จำหน่ายข้าวทั้งเจ้าของโรงสี ผู้ส่งออกทั้งหมด มูลค่าธุรกิจของพวกเขาเป็นหมื่นๆ ล้าน จะมานั่งโกหกเช่นนี้ให้ธุรกิจของเขาพังหรือ แล้วคนที่ออกมาพูดก็ไม่มีความรู้ เท่ากับการให้ข้อมูลเท็จในคอมพิวเตอร์ ซึ่งผิดกฏหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ แต่ตนคิดว่าเจตนาของพวกเขาคงไม่มีอะไร ตนจึงยังไม่ฟ้องร้อง แต่หากยังไม่หยุดทำเช่นนี้ ตนคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของตน คงต้องไปจัดการให้เหมาะสม ตนไปตรวจข้าวตามสภาพ และไม่คิดว่าต้องเป็นรัฐมนตรีฟอกข้าวเน่าข้าวเสีย หากข้าวออกดีก็ขายราคาดี แต่หากข้าวเน่าจริงก็ต้องขายกันตามสภาพ
นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า ตนไม่มีอะไรต้องปิดบัง ซึ่งไม่ใช่กระบวนการแน่นอน ซึ่งเท่าที่ตนได้ทดลองทานเบื้องต้น เป็นข้าวที่ผู้ส่งออกและเจ้าของโรงสี บอกกับตนว่าสามารถนำมารับประทานและสามารถนำไปขัดสีได้ ซึ่งสารอลูมิเนียมฟอสไฟด์ ที่มีไว้สำหรับรมข้าว ไม่ใช่ไปสารที่คนวิจารณ์นำมาพูดกันเลอะเทอะ ไม่ได้มีผลกระทบต่อชีวิตและร่างกายมนุษย์ ซึ่งสารเคมีจะหลุดออกไปในระหว่างกระบวนการการสีข้าว
“เราขายข้าวในโรงสีให้ได้ราคาดี ให้เกษตรกรมีรายได้ให้รัฐบาลมีเงินเข้าคลัง ไม่ดีหรือครับ แล้วที่พูดกันไปเรื่อยเปื่อย เอาจินตนาการที่คิดไปเช่นนั้นเช่นนี้ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม มันเป็นการทำลายข้าวไทย เป็นการทำลายประเทศ ท่านสะใจหรือครับ คุณหมอวรงค์และอีกหลายคนอยากทำแบบนี้หรือครับ มาจูงมือผมแล้วไปพิสูจน์ หากไม่ใช่แบบที่พวกคุณกล่าว พวกคุณต้องรับผิดชอบมากกว่านี้ ผมอยากให้เรื่องนี้ยุติได้แล้ว เพราะกระบวนการประมูลหลังจากนี้ไม่เกี่ยวกับผม“ นายภูมิธรรม กล่าว
เมื่อถามว่า หลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์จะไม่ส่งเข้าไปตรวจสอบกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบข้าวจะเกิดขึ้นหลังประมูล แต่หากมีปัญหามากจนถึงขั้นต้องไปตรวจสอบ ตนก็ไม่ขัดข้องสามารถนำไปยื่นตรวจสอบได้ แต่ไม่ใช่จู่ๆ จะเอาข้าวไหนก็ไม่รู้ มาเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ขอให้นำเข้าเข้าสู่กระบวนการมาตรฐานในการตรวจสอบ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตรวจสอบ ไม่ใช่ให้คนนั้นคนนี้มาตรวจสอบ นั่นไม่ใช่หน้าที่ สามารถพาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบข้าวได้ทุกที่เลย ตนพร้อมทั้งหมด ขอให้นำมาพูดกันตรงๆ อย่านำไปพูดเรื่อยเปื่อยพร่ำเพรื่อ จนตอนนี้ศักดิ์ศรีข้าวไทยจะไม่เหลืออยู่แล้ว สะใจหรือ อยากให้ยุติเรื่องนี้ เพราะตนมีเรื่องที่ต้องไปจัดการอีกมาก วันนี้ตนเพียงต้องการจะปิดตำนานเรื่องนี้ และให้ดำเนินไปในสิ่งที่ควรจะเป็น
“ผมกินอยู่ ข้าวก็ยังสามารถกินได้ ซึ่งไม่ใช่แค่ผมคนเดียว แต่สื่อมวลชนที่ไปด้วยก็สามารถกินข้าวนั้นได้ แล้วก็ถูกกล่าวหาว่าทำไมไปสร้างความชอบธรรมให้นักการเมือง ใช้สมองคิดบ้างหรือเปล่าครับที่พูดออกมา“ นายภูมิธรรม กล่าว
ถามว่า นอกจากจะมีข้อกังขาในเรื่องของคุณภาพข้าวแล้วยังมีข้อกังขาที่นำเข้าไปให้หน่วยงานอื่นรับประทาน นายภูมิธรรม กล่าวว่า มีเพียงแค่สองถุงที่นำไปให้นายสรยุทธ์ สุทัศน์จินดา และนายกิตติ สิงหาปัด ซึ่งตนเห็นว่าเป็นสื่อมวลชนจึงให้รับประทานเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจในเรื่องข้าว เพื่อที่จะไม่ได้ฟังจากผู้อื่นแล้วนำไปวิจารณ์ ซึ่งตนนำเข้าออกมาตามกระบวนการอย่างถูกต้อง
“ผมไม่ได้มีปัญหาในการพิสูจน์ ผมพร้อมอยู่แล้ว และไม่ได้ปกป้องข้าวเน่า ย้ำว่าหากข้าวเน่าก็จะขายตามราคาข้าวเน่า แต่ผมไปกินแล้วมันดี ซึ่งหากข้าวที่ตนกินสามารถนำไปขายได้ในราคา 18-20 บาท จะให้ไปขายในราคา 5 บาท แบบที่เคยขายมันได้หรือ ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้โมโห แต่พูดจากอารมณ์และใจจริง” นายภูมิธรรม กล่าว
เมื่อถามถึง กระบวนการการประมูลข้าวที่จะเกิดขึ้นภายในสิ้นเดือนนี้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนให้กรมการคลังสินค้าเตรียมการเปิดประมูลแล้ว และตนจะเปิดให้ประมูลทั่วไปทั้งหมด แต่หากไม่มีคนประมูลเลย ก็ค่อยมาว่ากัน อย่าไปคิดว่าเขานำข้าวไปหลอกขายให้ต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินเข้าที่ประชุม นายภูมิธรรม ยังเปิดเผยด้วยว่า เตรียมทำหนังสือถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ตรวจสอบข้าว 10 ปี ในโกดังขององค์การคลังสินค้ากระทรวงพาณิชย์เร็วๆนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'รักชาติ' ลุยหนองจาน ตอกหน้า 'ปชน.' นักการเมืองมีไว้ทำไม
'พรครักชาติ' ลุยบ้านหนองจาน ให้กำลังใจชาวบ้าน 'เจษฎ์' ซัด 'ปชน.' ด้อยด่าทหาร ย้อนถาม 'นักการเมืองมีไว้ทำไม'
มหัศจรรย์ 'ถ้ำเขาเตาหม้อ' ชมประติมากรรมหินงอกหินย้อย 4 ชั้น
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก-เขาเตาหม้อ เปิด “ถ้ำเขาเตาหม้อ” ชมประติมากรรมหินงอกหินย้อย 4 ชั้น พร้อมวางมาตรการเข้มป้องกันไวรัสนิปาห์ สร้างความมั่นใจนักท่องเที่ยว
จากสวนหลังบ้าน...สู่เกษตรอุตสาหกรรม ชู‘เลม่อน โกลด์’ต้นแบบการพลิกวิกฤตมะนาวเพชรบุรี
ในยุคที่การแข่งขันทางการค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คุณภาพของวัตถุดิบ แต่ยังรวมไปถึงการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” และ “นวัตกรรม” การปรับตัวของภาคเกษตรกรรมไทยจากรูปแบบดั้งเดิมสู่เกษตรอุตสาหกรรม
'ศุภจี' กางกลยุทธ์การค้าโลกยุคใหม่ ไทยเป็นมิตรทุกขั้วอำนาจ เน้นผลประโยชน์ร่วมมากกว่าเลือกข้าง
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลสำเร็จการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19 - 23 ม.ค.ที่ผ่านมาว่าปัจจุบันบริบทของการค้าโลกได้เปลี่ยนผ่านจากยุคพหุอำนาจ
ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน 'ศุภจี' 307 ล้านบาท รายได้ปีละ 40 ล้าน
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีรัฐมนตรีใน
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

