คึกคัก แห่บริจาค-สมัครสมาชิก พรรคประชาชน

10 ส.ค.2567 - ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าภายหลังมีการเปิดตัวพรรคประชาชน เมื่อวานนี้ (9 ส.ค.)​ได้มีการเปิดสมัครสมาชิกและรับบริจาคเงินสนับสนุนพรรคทางออนไลน์

ล่าสุดในวันนี้ พรรคประชาชน ได้เปิดบูธกิจกรรมที่ Stadium One เพื่อให้ประชาชนเดินทางมากรอกใบสมาชิกพรรคด้วยตัวเอง รวมถึงมอบเงินบริจาคสนับสนุนพรรคการเมือง ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. โดยบรรยากาศในช่วงเช้าได้มีผู้ทยอยเดินทางมาสมัครสมาชิกกันอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ยังมี สส.ของพรรคเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย เช่น นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม นายปิยรัฐ จงเทพ สส.กทม. นายจุลพงษ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ​ จากนั้นเวลาประมาณ 10.00น.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เดินทางมาถึง พร้อมตรวจเยี่ยมศูนย์รับสมัครสมาชิกพรรค และพบปะประชาชน

สำหรับค่าสมัครสมาชิกพรรค ในส่วนรายปีเริ่มต้นที่ 50 บาท แต่สำหรับผู้ที่ต้องการได้รับบัตรสมาชิกพรรคต้องจ่าย 150 บาท ส่วนสมาชิกตลอดชีพอยู่ที่ 350-500 บาท

จากนั้นในช่วงเวลา 12.00 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค จะร่วมกันเปิดตัวกิจกรรมสมัครสมาชิกและรับบริจาคเงินสนับสุนนพรรคการเมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงบางอ้อ! อดีตสส.ส้ม แฉ สเปกเตอร์ ซี ชั้น 4 แหล่งทำไอโอพรรคประชาชน

นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ “แก้วตา” อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน เปิดเผยในรายการถกไม่เถียง ทางสถานีโทรทัศน์ช่องวัน 31 เมื่อ 1

'ผู้สมัครส้ม' บุก กกต. บี้แจงปมบาร์โค้ด ขู่ร้องศาลสั่งเลือกตั้งโมฆะ

'ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี' พรรคส้ม ร้อง กกต. แจงคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ลงคะแนนไม่เป็นความลับ ขู่ร้องศาลรัฐธรรมนูญผ่านผู้ตรวจฯ ให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ

ดึงสติ! หัดมีน้ำใจนักกีฬา แพ้นับใหม่ ยังดรามาไม่ยอมจบ

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ดรามา​ แพ้นับใหม่

ขนลุก! ว่าที่ สส.พรรคส้ม ยกบทเรียน 2 ประเทศในอาเซียน 'เลือกตั้งสกปรก' จุดชนวนการชุมนุมใหญ่

นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ว่าที่ สส.กทม. พรรคประชาชน อดีตนักกิจกรรมม็อบสามนิ้วต่อต้านสถาบัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การเลือกตั้ง "สกปรก" ในหลายกรณี เคยเป็นตัวจุดชนวนของการเปลี่ยนผ่าน และการปฏิรูปการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้