'บิ๊กอ้วน' บอกเป็นเกียรติได้คุมกลาโหม เรื่อง 50 ปีที่แล้ว จำไม่ค่อยได้ ขออย่ารื้อฟื้น

“บิ๊กอ้วน” ระบุ หลัง 14-15 ก.ย. รมต.ลุยงานได้เต็มที่ บอก เป็นเกียรติได้ดูกลาโหม วอน อย่ารื้อเรื่อง 50 ปี ควรเริ่มต้นจากความจริงวันนี้ ชี้มี รมช.กลาโหมเป็นทหารยิ่งดี

4 ก.ย.2567 - เมื่อเวลา 15.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี ว่า มีการประสานงานมาว่า ในวันที่ 6 ก.ย. เวลา 17.00 น. ได้รับพระบรมราชานุญาตเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ เมื่อถวายสัตย์ฯแล้ว จะมีการประชุม ครม.นัดพิเศษ ภายในวันที่ 7 หรือ 8 ก.ย. หรือวันที่ 9 ก.ย.เป็นอย่างช้า เพื่อพิจารณานโยบายรัฐบาลร่วมกันที่จะนำเสนอ และเข้าใจว่า ทางสภามีความพร้อมในวันที่ 11 ก.ย. ที่จะเข้าแถลงนโยบายรัฐบาล ฉะนั้น หลังวันที่ 14-15 ก.ย.เป็นต้นไป ทุกคนจะสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ มีอำนาจเต็มตามกฎหมายครบถ้วน ซึ่งเป็นไปตามไทม์ไลน์

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาจะใช้เวลากี่วัน นายภูมิธรรม กล่าวว่า อยู่ที่สภาจะตกลงกัน เมื่อถามว่า ถือว่า วันนี้นโยบายของรัฐบาลคืบหน้าไปกี่เปอร์เซ็นต์ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทำไปเรื่อยๆ มีเวลาก็จะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้สมบูรณแล้ว ต่อข้อถามว่า จะมีการเพิ่มนโยบายอะไรบ้าง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขอให้ไปฟังทีเดียวในวันแถลงนโยบาย ตรงนั้นคือของจริง ชัดเจน

เมื่อถามถึงโผทหารประจำปี ที่นายสุทิน คลังแสง อดีต รมว.กลาโหม ระบุว่าจะให้ รมว.กลาโหมคนใหม่เป็นผู้พิจารณา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ในกระบวนการ และเป็นการดำเนินการตามกฎระเบียบที่รองรับอยู่แล้ว ไปถึงอย่างไรก็หยุดที่ตรงนั้น และทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทันการณ์ในสิ่งที่ควรจะเป็น เมื่อถามว่า ได้มีการคุยกับนายสุทิน เรื่องโผทหารที่ยังมีปัญหาในส่วนของ ผบ.ทร.คนใหม่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯให้เป็น รมว.กลาโหม เมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกันนี้เอง ยังไม่ได้ทำอะไรเลย

เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ ที่ต้องมาดูหน่วยงานด้านความมั่นคง และอาจจะต้องกำกับดูแลตำรวจด้วย นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้รับมอบหมายชัดเจนจากนายกฯ แต่ถือว่าเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานกับกระทรวงกลาโหม ไม่น่าจะมีอะไรหนักใจ เพราะพวกเราเริ่มจากผลประโยชน์ของประเทศชาติ เชื่อว่าจะสามารถร่วมงานกับทุกส่วน ทุกเหล่าทัพได้ดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เมื่อถามอีกว่า มีการขุดภาพคนเดือนตุลา เรื่องสหายใหญ่ ขึ้นมาต่อต้าน นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเรื่อง 50 ปีแล้ว จำอะไรไม่ค่อยได้ แต่อยากจะเรียนว่ามันไม่มีอะไร ที่ผ่านมาเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นจะต้องไปรื้อฟื้นเรื่องในอดีต และตนคิดว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และผู้ใหญ่หลายท่านได้ตัดสินใจยุติความขัดแย้งและทำทุกอย่างให้คลี่คลาย ก็เป็นไปด้วยดี ฉะนั้น วันนี้ตนคิดว่าไม่ควรไปนั่งสืบสาวประวัติ โดยเฉพาะ 50 ปีที่แล้ว มันยาวไป ควรเริ่มต้นจากความจริงวันนี้และมองไปข้างหน้า ช่วยกันทำงานให้กับประเทศดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า การมี รมช.กลาโหม ถือเป็นการมาเสริมในการทำงานหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า การมี รมช.กลาโหมต้องดีอยู่แล้ว เป็นการช่วยกันทำงาน และยิ่ง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม เป็นทหาร ยิ่งทำให้เข้าใจในธรรมชาติและสิ่งที่เป็นอยู่ของทหารได้มากยิ่งขึ้น ตนจะได้ประโยชน์และประสบการณ์ตรงนี้มาช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เมื่อถามว่า มีฤกษ์ในการเข้าไปทำงานในกระทรวงกลาโหมหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มีฤกษ์ ถ้ามีอำนาจหน้าที่แล้วก็เข้าไป แต่ตอนนี้ยังไม่มีอำนาจหน้าที่ จะเข้าไปไล่ที่รัฐมนตรีเก่าได้อย่างไร ซึ่งตนคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า ทราบว่ามีการพูดคุยกับปลัดกระทรวงกลาโหม นายภูมิธรรม กล่าวว่า คุยกันบ้าง เพราะเราคุยกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือตอนไหน คุยกันมาต่อเนื่อง ซึ่งตนได้มีโอกาสคุยกันเรื่องงาน จะได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นอย่างไรในปัจจุบัน

เมื่อถามถึงภาพ สส.ปลอบนายสุทินที่หลุดจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม ที่รัฐสภา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่นอยด์หรอก เพราะเราเป็นนักการเมือง ต้องรู้ว่าเราทำไปตามหน้าที่ และเรายังเป็นเพื่อนพี่น้องกันอยู่ ช่วยกันได้ และยิ่งท่านมีประสบการณ์ก็เข้ามาช่วยตนได้ภายใต้กรอบกฎหมายที่ทำได้

เมื่อถามถึงการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของแต่ละกระทรวง เมื่อได้รัฐบาลแล้วจะมีการพิจารณาเลยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า อยู่ที่แต่ละกระทรวง เพราะรัฐมนตรีใหม่จะเข้าไปดำเนินการ ซึ่งต้องไปดูว่าแต่ละกระทรวงมีข้อจำกัดอะไรก็ไปว่ากัน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กเล็ก' เสนอ ครม.รับทราบกฎหมายควบคุมอุปกรณ์ก่อสร้างชายแดนไทย-กัมพูชา สกัดนำเข้าซ่อมแซมตึกสแกมเมอร์

ที่ทําเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพานิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงกลาโ

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.

พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก   

ศาลรธน.ชี้ชะตา"ภูมิธรรม-ทวี" คดีฮั้วสว.เดิมพันอนาคตการเมือง

ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยยังคงร้อนระอุด้วยความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจเก่ากับขั้วอำนาจใหม่ คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังจะอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 21 ม.ค.2569 นี้ ถือเป็นจุดสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และความเชื่อมั่นในระบบตรวจสอบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน