'นายกฯ อิ๊งค์' โอดสงสารบ้างอย่าฟ้องกันเยอะเลย

'แพทองธาร' โอดสงสารนายกฯอายุน้อย อย่าจ้องฟ้องกันมากเลย ลั่นอยู่หัวโต๊ะไม่พร้อมข่มเหงใคร แต่พร้อมรับฟัง อุทานโหใช้คำแรงรัฐบาลสืบสันดาน ขอให้มองมุ่งสานต่องานเพื่อ ปชช.

05 ก.ย.2567 - ที่อาคารชินวัตร 3 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีตั้งรองนายกรัฐมนตรี 6 คน จะแบ่งงานอย่างไร ว่าได้วางเอาไว้แล้วว่าจะให้ใครทำอะไร

เมื่อถามว่าจะเปิดเผยได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ขออีกนิดนึง แต่ได้วางแล้ว แต่ก็อยากให้เกิดความชัดเจนเกิดขึ้น เวลามอบหมายงานก็จะได้ตามกลับมาได้ชัดเจนขึ้นด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่ามุ่งหวังกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ และตั้งเป้าหมายอย่างไรบ้าง นายกฯอุทานว่า โอ้ว ก่อนกล่าวว่า คิดว่าดี และคิดว่าดีมากๆ จริงๆ ทุกคนมีความพร้อมที่จะสานงานต่อ และคิดว่าเป็นพลังอะไรที่เรามารวมกันแล้วและอยากจะทำเพื่อพี่น้องประชาชน อยากให้ประเทศไปต่อ ฉะนั้นหลายๆ คนมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเดิม ซึ่งทุกคนก็พร้อมตรงนี้

เมื่อถามว่า จะมีการตั้งเงื่อนเวลาเพื่อวัด KPI ในการทำงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังค่ะ

เมื่อถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์หน้าตา ครม. เป็นการสืบต่อครอบครัว เพราะตัวเองไม่ได้ตำแหน่ง แต่ให้ลูกให้เพื่อนให้ญาติแทน ลักษณะอาจจะใช้คำแรงว่า ครม.สืบสันดาน นายกฯอุทานว่า “โห” ก่อนกล่าวว่า แรงจริงๆด้วย พร้อมกับหัวเราะและกล่าวว่า ใช้คำแรงจัง จริงๆ มีหลายรูปแบบ และหลายๆ คนที่ไม่ใช่เป็นครอบครัว หรือเกี่ยวข้องกัน และมีหลายๆ คู่ที่เป็นครอบครัวต่อกันมา แต่อยากให้มองว่าเป็นความตั้งใจได้ไหม ที่มันถ่ายทอดกันมาในคนใกล้ชิดคนรู้จัก เพราะหลายๆ อย่างที่ต้องทำต้องใช้แรงผลักดัน อาศัยความภาคภูมิใจของคนข้างๆ คนรอบๆ ฉะนั้นคำว่าเป็นครอบครัวหรือเป็นอะไรมันไม่ใช่ข้อเสีย มันเป็นเรื่องของแรงผลักดันให้กันมากกว่า โดยเห็นว่าคนหนึ่งทำเพื่อประเทศแบบนี้ อีกคนหนึ่งในครอบครัวก็มีแรงผลักดันเช่นกัน มันเป็นแบบนั้น

เมื่อถามว่า พอมีคำว่าคนในครอบครัวก็มีการมองถึงการครอบงำ ซึ่งนายกฯ ยังไม่ปฏิบัติหน้าที่แต่ก็มีเรื่องข้อหา รวมถึงการฟ้องร้องก็มีมา น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “สงสารนายกฯ บ้าง อย่าฟ้องอะไรเยอะเลย เป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์แล้ว และก็ตั้งใจทำงานเต็มที่ ฉะนั้นอย่างที่บอกและให้สัมภาษณ์ไป บางทีเรื่องเล็กๆ อย่าไปให้ความสำคัญอะไรมากเลย แม้แต่เรื่องการฟ้องร้องอะไรต่างๆ คนฟ้องก็อย่าฟ้องเยอะเลย มันไม่ได้มีอะไรผิดแบบนั้นอยู่แล้ว ต้องค่อยๆ”

เมื่อถามว่า ด้วยความที่นายกฯอายุน้อยและในสถานะต้องนั่งหัวโต๊ะ และต้องเป็นประธานบอร์ดโดยตำแหน่งในหลายๆ คณะ จะประหม่าตัวเองหรือกังวลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เอาจริงๆนะคะ ตัวดิฉันเองคิดว่าได้รับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้แล้ว โดยการโหวตจากสภา อันนี้ต้องขอบพระคุณทุกท่าน การที่ดิฉันเป็นตำแหน่งนายกฯ ไม่พร้อมที่จะข่มเหงใคร แต่พร้อมที่จะรับฟัง และพร้อมที่จะให้ความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นคิดว่าหลักคิดตรงนี้มันจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างสมูท คิดอย่างนั้น

เมื่อถามย้ำว่าจะทำให้เกิดความบั่นทอนในการทำงานหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ไม่ ก็โอเคนะคะ ทุกคนมีสิทธิ์วิพากษ์วิจารณ์ ถ้าทุกคนคิดในใจว่าวิจารณ์ด้วยเหตุผลไม่ได้ใช้อารมณ์ คิดว่าน่าจะมี แต่โอเคมันเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว เพียงแต่ขอกำลังใจกันบ้างแค่นั้นเอง

เมื่อถามว่า จะมอบให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ดูแลงานด้านความมั่นคงและคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า วันนี้ขอดูรายละเอียดนิดนึง เดี๋ยวจะไปแยกเรื่องของรองนายกฯ อีกที แล้วจะมาแจ้งให้ทราบ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ม็อบบุกทำเนียบฯ บี้ 'หนู' เลิกภาษีน้ำมัน-ลดค่าไฟ-แก้ของแพง

'14 กลุ่มภาคประชาสังคม' จี้ 3 ข้อ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปูดศูนย์กลางปั่นราคาอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้รื้อสัญญานายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดผู้นำบริหารล้มเหลว

'โสภณ สุภาพงษ์' แนะฝ่าวิกฤตน้ำมัน  ต้องมี 'นายกฯ' ที่สุจริต ไม่มี รมต.ใกล้ชิด 'คดโกง-กักตุน'

โสภณ เล่าเคยถูกตามตัวมาดูแลแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมันในไทยให้นายกรัฐมนตรีพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำมันโลกที่ขาดแคลน ราคาสูงขึ้น 400-500%ในปีคศ.1973และ1980   วิกฤตครั้งนั้นรุนแรงกว่าปัจจุบัน

นายกฯ ออกคำสั่งฉบับที่ 4/2569  ปรับมาตรการรับมือน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน

ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 143 ตอนพิเศษ 76ง เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สภาโหวต 'อนุทิน' นั่งนายกฯ คนที่ 32 สมัยที่ 2 คะแนน 293 เสียง

ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159