'จตุพร' ซัดเพื่อไทย แก้รธน. กล้าๆ กลัวๆ แค่เร่งอุ้มนายพ้นผิด

“จตุพร”จวกเพื่อไทย เร่งผุดแก้ รธน. 60 รายมาตรา ขยี้ใจดำลึกๆ คิดอะไรอยู่ หวังช่วยอุ้มใครพ้นผิด ไม่เคยคิดช่วย ปชช.จริง หวั่นพฤติกรรมกล้าๆ กลัวๆ ยุคแก้ รธน. 50 เปิดทางย้อนรอยเกิด รปห.ซ้ำ ซัดคิดแต่หลอกต้มเปื่อยจำเจ แล้วอ้างเหตุจำเป็นตระบัดสัตย์ ไม่ยึดสัญญาหาเสียง จะเชื่อมั่นทำเพื่อบ้านเมืองได้หรือ? ชวน 5 ตุลา มาพีซทีวีร่วมหารือ เปิดเวทีอภิปรายสถานการณ์ร้อน คาดปลายกันยาถึงตุลาการเมืองระอุส่อรื้อเปลี่ยน

22 ก.ย. 2567 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ถึงพฤติกรรมเร่งรีบของพรรคเพื่อไทยที่เสนอแก้ รธน. 2560 โดยซ่อนวาระให้เกิดประโยชน์ส่วนบุคคลมากกว่าประชาชนและบ้านเมือง โดยส่ออาการย้อนรอยนำไปสู่การเงื่อนไขล้มรัฐบาลเมื่อปี 2557 ซึ่งมาจากเสนอแก้ รธน. 2550 ทั้งฉบับผ่านมาตรา 291 และการผลักดันออกกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองแล้วยังผนวกคดีทุจริต หรือที่รับรู้กันว่า กฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ปัจจุบันปี 2567 พรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ต้องการแก้ รธน. 2560 รายมาตรา เบื้องต้นเสนอเร่งให้แก้ไขในส่วนที่กำหนดถึงคุณสมบัติ รมต.ต้องมีความซื่อสัตย์ให้เป็นที่ประจักษ์ รื้อทิ้งจริยธรรมไร้ขอบเขต แล้วยังมุ่งแก้ให้ศาล รธน. มีมติใน 2 ใน 3 สั่งพ้น รมต.ได้ รวมทั้งเรื่องการยุบพรรคและการครอบงำพรรคการเมือง โดยนายจตุพร หวาดหวั่นว่า ความอยากให้เร่งเสนอแก้ รธน. เท่ากับต้องการเดินย่ำรอยทางยึดอำนาจในปี 2557

นายจตุพร กล่าวว่า ประเด็นพรรคเพื่อไทยเสนอแก้ รธน. นั้น สะท้อนความอยากลึกๆ กำลังคิดและต้องการอะไรอยู่จึงทำเหมือนเร่งเวลาให้ทันกับอะไรบางอย่าง แต่พฤติกรรมแบบกล้าๆ กลัวๆ ยิ่งจะเปิดทางให้ทหารออกมายึดอำนาจอีกครั้ง ซึ่งไม่แตกต่างจากเคยพยายามแก้ รธน. 2550 ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2555 มาแล้วจนลามลากไปสู่การยึดอำนาจปี 2557

“สถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลเปราะบางยิ่งกว่าประชาชนผู้เปราะบางเสียอีก เพราะทันทีที่คุณลงมือเรื่องนี้ (แก้ รธน.) มันจะเกิดกระแสตอบโต้ เปรียบราวกับพรรคเพื่อไทยจับพร้าด้านคม (บาดมือ) ส่วนประชาชนจับด้ามถือ และทหารก็จับถัดมา แล้วจบลงแบบเดิม (ถูกยึดอำนาจ) ที่เตือนเพื่อไม่ต้องการให้ตีไพ่ใส่ รปห. ดังนั้น (การแก้ รธน.) เป็นการแสดงความอยากซึ่งส่ออาการผิดสังเกตเสมือนหนึ่งว่า กูไม่ได้ มึงก็อย่าได้”

พร้อมทั้งกล่าวว่า บ้านเมืองมีปัญหามากมาย แต่ขอให้รัฐบาลเร่งทำสิ่งที่ผิดให้เป็นถูกเสียก่อน เพื่อให้ประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกันในสิทธิทรัพยากรของชาติ ซึ่งไม่ใช่กลุ่มบุคคลบางกลุ่มได้ประโยชน์เหนือประชาชนโดยปราศจากความเป็นธรรม

“คนพวกนี้ (กลุ่มทุนเพื่อไทย) ไม่ได้คิดเรื่องชาติบ้านเมือง ถ้าเขาคิดถึงประเทศจริงคงไม่เอาบ่อนคาสิโนในนามเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์มาเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และไม่คิดถึงการขายแผ่นดิน 99 ปี ทั้งในโครงการเพิ่มขายคอนโดฯ เป็น 75% และเช่าที่ดิน 3 แสนไร่ในแลนด์บริดจ์ หากสร้างเฉพาะท่าเรือน้ำลึกและระบบขนส่งเชื่อมอ่าวไทยกับทะเลอันดามันไม่ว่ากัน ก็ทำไป แต่อย่าขายแผ่นดิน”

ส่วนการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดแล้ว จะหาความจริงจากคนตระบัดสัตย์ไม่ได้ ยิ่งเป็นนักเคลื่อนไหวเคยไปขึ้นเวทีปราศรัยเลือกตั้งโดยใช้วีรชน คนตายมาหาเสียง แล้วกลับปล่อยให้มีการทรยศกัน
อีกทั้งระบุว่า แม้จะผลุบโผล่ออกมาบ้างนานครั้ง แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ให้สมกับสิ่งที่เคยพูดหาเสียงแทบทุกเวทีว่า 100 วันแรกประชาชนจะสามารถฟ้องศาลฎีกาได้ทั้งกรณีบาดเจ็บ ล้มตาย กระทั่งก่อนทักษิณ ชินวัตร ออกจากจากชั้น 14 รพ.ตำรวจ เพียงวันเดียว พรรคเพื่อไทยกลับถอนเรื่องนี้ออกมา โดยไม่มีเสียงค้านอะไรเลยจากนักเคลื่อนไหวคนที่เคยหาเสียงกับประชาชนไว้

“วันนี้จะเล่นละครบทไหนอีก คือ คนตายไม่ควรถูกหลอกซ้ำ ถ้าไม่พอใจก็เสนอหน้าพูดออกมา เพราะเราอยู่ในโลกความเป็นจริงว่า คนตาย คนเป็น คนบาดเจ็บที่เหลืออยู่นั้น ไม่ควรถูกหลอกซ้ำซาก และคนที่ไปหลอกเขาก็ไม่ควรทำอย่างนั้น”
นายจตุพร กล่าวว่า ปรากฎการณ์แต่ละเรื่องที่กำลังจะเกิดนับแต่นี้ไปช่วงปลายเดือน ก.ย. และอาจถึงเดือนตุลาคมนี้ ล้วนสาหัสสากรรจ์ทั้งสิ้น ความร้อนจากอุณภูมิเหตุการณ์ต่างๆ จะยิ่งรุมซัดรัฐบาลเพื่อไทย โดยเฉพาะถ้าแพทยสภามีรายงานผลการตรวจสอบ 4 แพทย์จาก รพ.ตำรวจและราชทัณฑ์กรณีส่งตัวทักษิณและนอนรักษาชั้น 14 รพ.ตำรวจ จะยิ่งทำให้การตรวจสอบชั้น 14 ในการไต่สวนของ ปปช. สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีข้อเท็จจริงกันอีกมาก

สำหรับการต่อสู้ระหว่างบ้านป่ากับบ้านจันทร์ฯ นั้น ขอให้สู้กันจริง อย่าได้แค่ตบแล้วจบกัน เพราะคนจะไล่ลงเวทีทั้งสองฝ่าย ถ้าเอากันจริงทุกเรื่องราวจะเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง เพราะคนเราที่ผ่านอะไรกันมา ทั้งตำแหน่ง ผบ.ทบ. รมว.กลาโหม รองนายกฯ และเป็นพี่ใหญ่ทหารบูรพาพยัคฆ์ ซึ่งคงไม่ได้มาง่ายๆ ดังนั้น ถ้าเอาชาติบ้านเมืองเป็นตัวตั้งจะเป็นอานิสงส์ให้ได้หยุดยั้งเรื่องอื่นและโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นมาทำความเสียหายให้ประเทศ

นายจตุพร กล่าวว่า ตั้งแต่ 5 ตุลาคมนี้ รายการประเทศไทยต้องมาก่อนจะเปิดเวทีพบปะประชาชน จึงขอชวนมาร่วมหารือแลกเปลี่ยนความเห็นและฟังอภิปรายสถานการณ์ทางการเมืองที่ห้องอภิวันท์ วิริยะชัย สถานีโทรทัศน์พีซทีวี รามอินทรา 40 ซอย 33/1

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' ชี้เปรี้ยงวิกฤตน้ำมัน รัฐบาลยืนข้างพ่อค้า ฉิบหายทุกราย

"จตุพร" มองวิกฤตน้ำมันถาโถม ราคาแพงซ้ำขาดแคลน คนต่อคิวยาวหน้าปั๊ม รัฐบาลไขสือถกหาพ่อค้ากักตุน พร้อมโชว์คิดตื้นให้ประหยัด ชี้สามัคคี ปชช.เปราะบาง เส้นอดอยากจวนหมดอดทน อารมณ์เดือดใกล้สู่กลียุค แย่งชิงอาหาร ส่วน สส.ค้านเลิกกินฟรี ขออิ่มสุขบนทุกข์ ปชช.

'จตุพร' ข้องใจ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงความจริง ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน

'จตุพร' ข้องใจ เอาไงกันแน่ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงด้วยความจริง อย่าซื้อเวลาเอาตัวรอดไปวันๆ ชี้ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน ชม 'ศุภจี-สีหศักดิ์' ถึงแถลงอึกอักยังโชว์ความคิดแก้ปัญหา ลั่นเรือโนอาห์ช่วยได้ ขอไทยตัดสินให้ดี

'ผู้ว่าฯชัชชาติ' ปธ.พิธีฌาปนกิจศพ 'สุทธิศักดิ์' วีรชนพฤษภา’35 หนุนสร้างอนุสรณ์สถานฯให้แล้วเเสร็จ

‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ ‘สุทธิศักดิ์ ผลแก้ว’ วีรชนพฤษภา’ 35 ‘อ.ปริญญา’ กล่าวสดุดีวีรกรรมที่ขัดขวางไม่ให้ตำรวจใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ประชาชน จนถูกทำร้ายพิการตลอดชีวิต เป็นภาพจำของเหตุการณ์พฤษภาฯที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และจะอยู่ในใจของทุกคน ขอบคุณผู้ว่าฯชัชชาติ รับปากจะสนับสนุนการจัดสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนฯให้แล้วเสร็จ หวังได้เปิดงาน 17 พ.ค. 2570 ร่วมกัน

'นางแบก' ตอกพรรคส้มวิปริต ลั่นเพื่อไทย 'ขาน' ชื่ออนุทิน ไม่ใช่ 'คราง'

น.ส.ลักขณา ปันวิชัย หรือ “แขก คำผกา” พิธีกรชื่อดัง ซึ่งสนับสนุนพรรคเพื่อไทย  โพสต์เฟซบุ๊กว่า ทำไมพรรคส้มถูกล้อ เรื่อง ’คราง‘ ชื่ออนุทิน ?

ปิดดีล! 'รัฐบาลภูมิใจไทย' คุม 14 กระทรวง รวบ 'ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1'

“รัฐบาลภูมิใจไทย” ไร้ “กล้าธรรม - ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง” พรรคน้ำเงินครอง 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง 1 ประธานสภาฯ-รองประธานคนที่ 1 ด้าน “เพื่อไทย” ได้ 5 รมต.-1 รองนายกฯ - 3 รมช.-รองประธานคนที่ 2 ขณะที่ “พลังประชารัฐ” ได้ 1 เก้าอี้ ส่วนใครได้ตำแหน่งใด รอโหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯก่อน จากนั้นเคาะ 100  % ให้เหมาะสมกับสายงาน