เพื่อไทย ผุด 20 ขุนพล พิทักษ์ข้อบังคับประชุมสภาฯ “ประยุทธ์-หมอชลน่าน-สุทิน” นำทีม อ้างไม่มีองครักษ์พิทักษ์นายกฯอิ๊งค์ เหน็บเพื่อนฝ่ายค้านบางคนกินยาผิดซอง ส่งสัญญาณสร้างความวุ่นวาย ยันไม่ผิดข้อบังคับไม่ประท้วง
20 มีนาคม 2568 - ที่รัฐสภา สส.พรรคเพื่อไทย นำโดยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ แถลงว่า จากที่มีการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ในสัปดาห์หน้า หนึ่งในประเด็นที่อยู่ในความสนใจคือเรื่ององค์รักษ์พิทักษ์น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ เราสบายๆไม่มีการตื่นตระหนก และเราทำหน้าที่ของทุกฝ่าย รวมถึงเคารพในการทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน และเราจะไม่มีองครักษ์ แต่ทีมของเราชื่อว่าเป็นทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุม ซึ่งไม่ได้เกิดมาเพราะจะไปประท้วงอะไร หากฝ่ายค้านอภิปรายตรงไปตรงมาทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน จะไม่มีใครลุกประท้วงและท่านจะได้อภิปรายอย่างสบายๆแน่นอน เพราะหากมีการประท้วงก็จะตัดเวลาของฝ่ายรัฐบาลออกไป เราเห็นว่าเวทีนี้เป็นเวทีแถลงผลงานของรัฐบาลเช่นกัน
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมดังกล่าวจะมีที่ปรึกษาพิเศษนำโดย นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ นายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า จนถึงวันนี้เราไม่มั่นใจว่าฝ่ายค้านอยากอภิปรายจริงหรือไม่ เพราะมีพฤติกรรมที่นำไปสู่การตั้งคำถาม เพราะหากคนที่อยากอภิปรายอะไรที่เป็นปัญหาเขาจะไม่ทำ
แต่นี่เขาเลือกจะทำ เช่น การเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ทั้งที่ประธานสภาบอกว่าใส่ไม่ได้ และบอกให้แก้ก็ไม่แก้ มาแก้จนวินาทีสุดท้าย จึงตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้วฝ่ายค้านไม่ได้อยากอภิปราย เพียงแค่อยากสร้างคอนเทนต์และโปรโมทโฆษณาพรรคตนเอง เพื่อหวังผลไปสู่การเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่
“นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการพยายามทำผิดข้อบังคับ เพราะหลังๆ เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านบางคนซึ่งเป็นบุคคลที่ประชาชนเคยชื่นชม และเคยเห็นการทำงานของเขาอยากสร้างสรรค์ เหมือนเป็นการกินยาผิดซอง ตาขวางๆ ปูดๆ โปนๆ บางคนบอกว่าเป็นพฤติกรรมเถื่อน ถ่อย หยาบคายหรือไม่ ผิดไปจากท้วงทำนองแบบเดิม ที่เคยทำงานอย่างสร้างสรรค์
ดังนั้น เราจึงเฝ้าระวังและตั้งคำถามต่อด้วยว่าหรือไม่ต้องการอภิปราย แต่หวังมาสร้างความวุ่นวาย ซึ่งหากฝ่ายรัฐบาลเราประท้วงก็จะถูกตัดเวลาไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะไปสมวัตถุประสงค์ของเขาคือจากอภิปรายวันที่ 24-25 มี.ค. ก็จะไปอภิปรายต่อในวันที่ 26 มี.ค. วัตถุประสงค์คือสร้างคอนเทนต์หวังคะแนนหรือไม่ ดังนั้น หากพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่าสิ่งที่ท่านคิด สิ่งที่ท่านหวัง ไม่ได้กินพวกเราหรอก เรารู้ได้ เราคิดทันท่าน ดังนั้น จึงเปิดตัวทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมพรรคเพื่อไทย โดยจะไม่มีการแบ่งเป็นชุดใดๆ ทุกคนพร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ”นายอนุสรณ์ กล่าว
เมื่อถามว่า หากการอภิปรายมีการพาดพิงชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะมีการประท้วงหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า “ชัดเจนครับ ทุกครั้งที่มีการประท้วงเราจะชี้ข้อบังคับชัดเจนว่าผิดข้อบังคับข้อใดและผิดอย่างไร อำนาจในการวินิจฉัยไม่ใช่อำนาจของพวกเรา เพียงแค่เราทำหน้าที่สื่อสารไปยังประธาน
ทั้งนี้ ความรับผิดชอบทางการเมืองนั้นอยู่สูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายคือทางการเมืองประชาชนดูอยู่แต่ทางกฎหมายอย่างที่ประธานบอกให้เปลี่ยนชื่อ เขาก็บอกว่าไม่เปลี่ยนหากจะมีการฟ้องก็ฟ้องเลย แต่ประเด็นคือเขาจะฟ้องประธานด้วย
ดังนั้น ขอให้ใช้ความชอบธรรมทางด้านกฎหมายและความชอบธรรมทางการเมืองประกอบกัน ซึ่งนี่ไม่ได้ขู่ แต่เส้นแบ่งของการประพฤติผิดต่อการฝ่าฝืนจริยธรรม ฝ่าฝืนคุณธรรมทางการเมือง เราไม่ได้ทำหน้าที่ในการวินิจฉัย แต่เราทำหน้าที่ชี้ว่าการกระทำดังว่านั้น ขัดต่อการไม่เคารพหรือประมวลจริยธรรมของสส.หรือไม่ ”
ถามย้ำว่า หากผิดข้อบังคับจะประท้วงทันทีหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่เช่นนั้น แต่เราต้องดูว่าเนื้อหาที่เขาอภิปรายนั้นผิดข้อบังคับหรือไม่
เมื่อถามว่าอาจจะมีการตั้งข้อสังเกตว่าทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมนั้น เป็นการแสดงผลงานให้นายใหญ่เห็นหรือไม่ นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจและไม่แน่ใจว่านายใหญ่หมายถึงใคร คนที่มาทั้งหมดเป็นสส. ซึ่งหากจะอภิปรายนายกรัฐมนตรีก็ต้องชี้ให้ชัดว่านายกรัฐมนตรีทำงานผิดพลาดเรื่องอะไร บริหารราชการแผ่นดิน นโยบายผิดพลาดอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีคงลุกขึ้นชี้แจง ไม่มีความจำเป็นที่ชุดพิทักษ์ข้อบังคับจะลุกขึ้นมา
ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิ์ที่จะตั้งคำถามแต่ไม่มีสิทธิ์ตัดสิน คนตัดสินคือประชาชน ส่วนจะผิดข้อบังคับหรือไม่คนตัดสินคือประธาน ย้ำว่าหากฝ่ายค้านไม่ฝ่าฝืนข้อบังคับจะไม่มีการประท้วง และทุกครั้งที่ลุดขึ้นประท้วงฝ่ายค้านต้องผิดข้อบังคับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับทีมพิทักษ์ข้อบังคับการประชุมสภาพรรคเพื่อไทยนั้นประกอบด้วย นายประยุทธ์ นพ.ชลน่าน นายสุทิน นายอนุสรณ์ ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส.บัญชีรายชื่อ นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ สส.เชียงราย น.ส.ชนก จันทาทอง สส.หนองคาย น.ส.นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สส.ศรีสะเกษ
น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานี นายวรวงศ์ วรปัญญา สส.ลพบุรี นายรวี เล็กอุทัย สส.อุตรดิตถ์ นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี นายมนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สส.ปทุมธานี นายวิรัช พิมมะนิตย์ สส.กาฬสินธ์ุ นายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ นายพชร จันทรรวงทอง สส.นครราชสีมา และนายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' การันตีหน้าตา 'ครม.ใหม่' ดีกว่าเดิม
"อนุทิน" การันตีหน้าตาครม.ใหม่ดีกว่าเดิม เพราะคะแนนที่เมตตาให้ภท.กดหัวกดบ่าอยู่ ยังอุบสูตรจัดตั้งรัฐบาลบอกรอให้ กกต.รับรองผล 100% ก่อน ไม่ตอบควบกลาโหม บอกยังเร็วไป ส่วนประชุมพรรคสีน้ำเงินพรุ่งนี้ เชิญว่าที่สส. หารือหลังชนะเลือกตั้ง
นายอนุชา นาคาศัย ว่าที่ สส.ชัยนาท เขต 1 ยินดีให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม
นายอนุชา กล่าวว่า “ตนจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากได้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้น เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนและเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมกับทุกฝ่ายรวมทั้งตนเองด้วย
ไม่ปิดกั้นเพื่อไทย! 'อนุทิน' หยอก 'จุลพันธ์' น่ารัก สวมเสื้อสีน้ำเงินแถลงข่าว เจอกันก็เรียกพี่หนูเหมือนเดิม
"อนุทิน" ร้องโอ้ว หลังเห็นภาพ "จุลพันธ์" สวมเสื้อยืดน้ำเงินสูทฟ้าแถลงข่าว บอก "ไม่หนิมไม่หนูแล้ว" ชม หนิมน่ารัก เชื่อเจอกันเรียกพี่หนูเหมือนเดิม ชี้ ช่วงหาเสียงเป็นเรื่องธรรมดา มีกระทบกระทั่งโจมตี ยังอุบดึงร่วมรัฐบาล
'จุลพันธ์' แบะท่าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย บอกไม่มีข้อจำกัด เป็นไปได้ทุกอย่าง
"จุลพันธ์" เผยยังไม่ถูก "ภูมิใจไทย" ทาบตั้งรัฐบาล บอกอะไรก็เกิดขึ้นได้ อยู่ที่อุดมการณ์-แนวคิด-นโยบาย รับเสียใจเล็กน้อยแต่ตั้งหลักได้ เตรียมถอดบทเรียน ลั่นสูญพันธุ์อย่างไร เกือบ 80 ก็พรรคใหญ่
'ชูศักดิ์' เผยแกนนำเพื่อไทยยังไม่ตัดสินใจเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ชี้เป็นเรื่องใหญ่มีผลต่ออนาคตพรรค
"ชูศักดิ์" เผยแกนนำยังไม่ตัดสินใจร่วม-ไม่ร่วมรัฐบาล ชี้ ต้องฟังเหตุผล มอง เป็นเรื่องใหญ่มีผลกับอนาคตเพื่อไทย รับผลเลือกตั้งต่ำกว่าที่ประเมินไว้
แกนนำเพื่อไทย ทยอยเข้าพรรคประเมินสถานการณ์ ไม่ตอบร่วมรัฐบาล
บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทยภายหลังจากผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยอยู่อันดับที่ 3 ซึ่งหลายเขตของพรรคเพื่อไทยพลาดไป โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน น่านและแพร่

