แผ่นดินไหวขนาด 8.2 ที่เมียนมา สะเทือน 11 จังหวัดในไทย รวมถึงกรุงเทพฯ ทำให้เกิดความเสียหายอาคารถล่มในกรุงเทพฯ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และสูญหายอีก 101 ราย ปภ.เผยเร่งช่วยเหลือและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
29 มีนาคม 2568 - กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์ความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 8.2 ซึ่งมีศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 28 มีนาคม ส่งผลให้ประชาชนในหลายพื้นที่ของไทยรับรู้แรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะ 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ชัยนาท ลำพูน เลย และกำแพงเพชร ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายในจังหวัดอื่น ๆ
นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่าสำหรับกรุงเทพมหานครมีรายงานอาคารร้าว ถนนทรุดตัว และ อาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และสูญหายอีก 101 ราย โดยอาคารที่ถล่มคือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้ที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร พร้อมทั้งสำรวจความเสียหายของอาคารและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่กรุงเทพฯ
นายภาสกร กล่าวว่า ปภ. ได้ระดม ทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search and Rescue - USAR) สนับสนุนปฏิบัติการของ กทม. เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างภายในอาคารที่ถล่ม โดยกำหนดให้ สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปทุมธานี เป็นศูนย์ระดมทรัพยากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัย สำหรับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยครั้งนี้
“ทันทีที่ทราบว่ามีเหตุอาคารถล่มในเขตกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการให้ทีม USAR ปภ. ไปสมทบกับทีม USAR กทม. เพื่อเร่งค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากอาคาร โดยใช้เครื่องมือตรวจจับชีพจร สุนัขดมกลิ่น และอุปกรณ์กู้ภัยเฉพาะทาง ขณะเดียวกัน ได้จัดเตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ” นายภาสกรกล่าว
นายภาสกรกล่าวว่า ปภ. ได้สั่งการให้จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เร่งสำรวจความเสียหายและประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินโดยด่วน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจ จัดทำบัญชีความเสียหาย และดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ทันทีตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นายภาสกรกล่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ เวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในการประชุมติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นให้การปฏิบัติงานของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเป็นไปอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิภาพ
“ขอให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกเขตต้องเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันที รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่ข้างเคียงและกรุงเทพมหานคร” นายภาสกรกล่าว
ทั้งนี้ นายภาสกรกล่าวว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบควรติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐอย่างใกล้ชิด และแจ้งข้อมูลความเสียหายผ่านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกด้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผ่นดินไหวเขย่า 'เวียดนาม' ขนาด 3.8 'เมียนมา' 3.1
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 3.8 ลึก 10 กิโลเมตร
สำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รับระบบประกันภัยพิบัติ อึ้ง 4.9 แสนครัวเรือน
รัฐบาลเผยผลสำรวจ 'บ้านไม่มีเลขที่' รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน
แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร
รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้
รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย
เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น
จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี
ครม. เห็นชอบจัดซื้อประกันภัยพิบัติคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน บ้านพัง 1 แสน เสียชีวิตรายละ 2 ล้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติและให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชนโดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว

