มองบน! 'ทวีไอพี' อุ้มกาสิโน ไม่เกี่ยวกับศาสนา ดีกว่ากฎหมายที่ผ่านการยึดอำนาจ

8 เม.ย.2568-ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชาติต่อร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์) ว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาซึ่งอยู่ในข้อ 7 เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ต่อยอดจากมาตรการฟรีวีซ่า เพื่อให้เกิดสถานบันเทิงครบวงจร และส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ ให้มีการจับจ่ายใช้เงิน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจมหาศาล สิ่งที่รัฐบาลเสนอเข้ามา มี 3 วาระ วาระแรก เราจะพิจารณาเฉพาะหลักการ คือ จะให้มีกฎหมายสถานบันเทิงฯ ทั้งนี้ รัฐบาลต้องปฏิบัติตามนโยบายแถลงต่อสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ในส่วนของ สส.มีหน้าที่พิจารณากฎหมาย และสามารถแก้ไขได้หมด ไม่ว่าจะตัดหรือจะเพิ่ม แต่ที่แก้ไม่ได้อย่างเดียวคือ เรื่องหลักการ และอยากให้ไว้ใจสภา เพราะกฎหมายที่ผ่านสภาน่าจะดีกว่ากฎหมายที่ผ่านการยึดอำนาจ เพราะไม่ได้ฟังเสียงใครเลย แต่กฎหมายนี้ฟังเสียงประชาชน อีกทั้งไม่ใช่เป็นเรื่องศาสนา แต่เป็นเรื่องของกฎหมาย สส.ทุกคนมีอิสระ

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าจะให้ สส.ประชาชาติ ฟรีโหวตใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สส.ต้องไปพิจารณา อีกทั้งเป็นเพียงขั้นตอนรับหลักการ แม้จะมีเรื่องการพนัน แต่เรามีการกำหนดเงื่อนไขคือ ต้องมีเงินฝาก 50 ล้านบาท ซึ่งตรวจสอบแล้ว คนไทยมีเงินฝากจำนวนนี้ประมาณ 26,000 คน ดังนั้น เราเปิดให้ต่างชาติเข้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคได้ทำความเข้าใจกับสมาชิกพรรคที่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิมแล้วหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ทุกคนมีอิสระ เราเข้าใจในเรื่องศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ยที่อยู่ในคัมภีร์อัลกุรอาน เรามีกฎหมายในลักษณะนี้ ก็อยากให้ทำความเข้าใจ ยืนยันว่ารับฟังความเห็นของทุกคน แต่เรามีสภาซึ่งอาจจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการ แม้จะแก้หลักการไม่ได้ แต่อาจจะมีกฎหมายเรื่องการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงฯ ส่วนเรื่องเหตุผลแต่ละรายมาตรา สามารถปรับแก้ได้ ส่วนจะรับหรือไม่ให้ดูวาระที่ 3

เมื่อถามว่า มีคนคัดค้านจำนวนมาก กังวลหรือไม่ว่าจะกระทบต่อฐานเสียงของพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า การสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ดี และได้แสดงจุดยืนแล้วว่า คนมุสลิมจะทำอะไรที่ขัดหลักศาสนาไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัติคนมุสลิมต้องอยู่ร่วมกัน เพราะในวันนี้เรามีกฎหมายที่มีดอกเบี้ยเป็นจำนวนมาก และมีการตั้งธนาคารอิสลาม ในสมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อมีพื้นที่ให้พี่น้องได้ใช้ช่องทางนี้

เมื่อถามอีกว่า จะทำความเข้าใจกับประชาชนว่าการมีกาสิโนช่วยเรื่องเศรษฐกิจใช่หรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องทำความเข้าใจ แต่ในส่วนของ สส. ต้องพิจารณากฎหมาย อะไรที่เห็นว่าขัดหลักการก็สามารถแก้ไขได้ เราต้องอยู่ในสังคมที่เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง

ต่อข้อถามว่า ยอมรับกับผลที่จะตามมาหากเห็นด้วยกับรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมายที่คุ้มครองปกป้องประชาชน และทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ซึ่งกฎหมายนี้ผ่านการรับฟังความเห็นประชาชนมา 4 รอบ โดยวันที่ 9 เม.ย.ก็ต้องมีการพูดคุยในสภา

ถามถึงกระแสข่าวนายทักษิณ ขู่ขับพรรคร่วมออกจากรัฐบาล หากไม่เห็นด้วยต่อร่างกฎหมายดังกล่าว พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ทางเลขาธิการพรรคเพื่อไทยกำลังหาตัวคนที่ปล่อยข่าว เชื่อว่านายทักษิณไม่มีความคิดอย่างนี้ เราต้องมีความเข้าใจ เรายืนอยู่บนระบอบประชาธิปไตย สังคมก็เข้าใจว่านายกฯ ได้แถลงนโยบายต่อสภาว่าจะมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งวันนั้นไม่มีใครค้าน และวันนี้กฎหมายกำลังเข้าสู่สภา เป็นการรับหลักการ ส่วนจะมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ก็สามารถแก้ไขได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้จะขอความชัดเจนจากนายกฯ อีกครั้งหรือไม่ ว่าถ้าไม่เห็นด้วยจะถึงขั้นขับออกจากพรรคร่วมรัฐบาล พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า นายกฯ ชัดเจนแล้ว การเป็นรัฐบาลเราอยู่ร่วมกันแบบให้เกียรติและเคารพกัน อย่างกระทรวงยุติธรรมยึดกฎหมายเป็นหลัก และเห็นว่าร่างกฎหมายนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเสนอของผู้นำศาสนาต่างๆ เราก็ต้องรับฟัง หาก สส. ไม่รับผิดชอบไม่พิจารณากฎหมาย แม้อาจทำสุดโต่งไม่ได้ทั้งหมด แต่ต้องรักษาพื้นที่ เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม จะไม่ใช้ในพื้นที่ที่มีการใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก ดังนั้น กฎหมายสมรสเท่าเทียมจึงไม่บังคับใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจ.สตูล นี่คือตัวอย่าง หน้าที่ของ สส. ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และเมื่อมาด้วยประชาชนต้องปกป้องประชาชน

เมื่อถามว่า นักวิชาการออกมาระบุว่าเรื่องนี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้ประชาชนและสมาชิกรัฐสภาได้อ่าน ไม่มีตรงไหนที่บิดเบือน ส่วนความเหมาะสมหรือไม่นั้น เหตุใดตอนแถลงนโยบายถึงไม่ต่อต้าน อะไรที่เกินไปก็รับฟัง และขอบคุณนักวิชาการที่ห่วงใย ก็อยากให้ส่งข้อมูลกับกรรมาธิการ จะได้ร่วมกันพิจารณา เมื่อถามอีกว่า กังวลเรื่องม็อบหรือไม่ เพราะมีคนคัดค้านหลายส่วน พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องประชาธิปไตยเราต้องเคารพ การออกมาเรียกร้องก็ต้องรับฟัง

ส่วนที่ สว. เสนอให้มีการทำประชามติ ว่าควรมีกาสิโนหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในข้อบังคับการประชุมกฎหมายสามารถเปิดรับฟังความเห็นได้ในระหว่างพิจารณา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ไชยชนก” ย้ำภูมิใจไทยไม่เอากาสิโน ปราบสแกมเมอร์ทุนเทา ชี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องบ้านเมือง

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับ นายโกศล ปัทมะ ผู้สมัครสส. นครราชสีมา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย และ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ผู้สมัครสส. นครราชสีมา เขต 9 พรรคภูมิใจไทย โดยมีการพบปะและพูดคุยกับประชาชนในช่วงหนึ่งระบุว่า ย้อนกลับไปพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

ทบ.โต้คลิปเสียงปูดพรรคส้มเป็นรัฐบาลจะมียึดอำนาจ ลั่นไม่ใช่ท่าที-จุดยืนกองทัพ

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายบุคคลทางการเมืองกล่าวอ้า

ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว

รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา