28 กุมภาพันธ์ 2569- พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ แสดงความเห็นถึงกรณี กกต.แจ้งความเอาผิดกลุ่มคนที่ถ่ายภาพซูมบาร์โคดบัตรเลือกตั้งเพื่อถอดรหัส โดยระบุว่า กกต. ควรหยุดฟ้องปิดปากประชาชน ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม
การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และตัวแทนภาคประชาชนทั้ง 6 ท่าน ที่ทั้งหมดทำหน้าที่ปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ และเป็นผู้แจ้งเบาะแส ซึ่งในความเป็นจริงรัฐต้องมีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยและสิทธิของผู้แจ้งเบาะแสการทุจริต
ดังนั้น การแจ้งความดำเนินคดีกับผู้แจ้งเบาะแสดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่นอกจากฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็น สัญญาณอันตราย ที่สะท้อนว่าองค์กรอิสระกำลังหลงลืมว่า "ใครคือเจ้าของอำนาจที่แท้จริง"
ในฐานะพรรคการเมืองและประชาชน ขอแถลงจุดยืนและข้อเท็จจริงทางรัฐธรรมนูญ เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรม ดังนี้
1. การตรวจสอบคือ "หน้าที่" ไม่ใช่ "อาชญากรรม" : ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 50 ประชาชนมีหน้าที่พิทักษ์การปกครองในระบอบประชาธิปไตย และใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างเป็นอิสระ ภายใต้ความลับ โดย กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใส ดังนั้น ประชาชนย่อมมีความชอบธรรมทุกประการ ในการติดตาม ตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. ที่อาจส่งผลกระทบต่อคะแนนเสียงอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา
2. กฎหมายต้องคุ้มครองผู้ "เปิดโปง" ไม่ใช่ใช้เป็นอาวุธ : รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63 กำหนดให้รัฐต้องสนับสนุนประชาชนในการป้องกันการทุจริต การที่บุคคลทั้ง 6 ท่านออกมาให้ข้อมูลและตั้งข้อสังเกต คือ การทำหน้าที่พลเมืองดี ซึ่ง กกต. ควรขอบคุณประชาชนที่ช่วยอุดช่องโหว่ ไม่ใช่ฉวยโอกาสใช้กฎหมายอาญามาเป็นอาวุธ เพื่อปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ และลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
3. "เสรีภาพในการแสดงออก" คือ เกราะป้องกันอำนาจเบ็ดเสร็จ : ภายใต้รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 34 และ 41 ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ร้องทุกข์ และวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานรัฐโดยสุจริต เพื่อประโยชน์สาธารณะ สิ่งนี้ต้องได้รับการคุ้มครอง ดังนั้น กกต. จึงต้องตระหนักว่า... ยิ่งท่านใช้อำนาจฟ้องปิดปากประชาชนมากเท่าไหร่ ความสง่างามและความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้งก็จะยิ่งพังทลายลงเท่านั้น
พฤติกรรมการฟ้องคดีอาญาต่อประชาชนในลักษณะนี้ เข้าข่าย “การฟ้องคดีปิดปาก” (SLAPP - Strategic Lawsuit Against Public Participation) ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการมีส่วนร่วมตรวจสอบรัฐ และขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อบทที่ 19 ที่ประเทศไทยร่วมเป็นภาคีอย่างชัดเจน
พ.ต.อ.ทวี ระบุอีกว่า ขอส่งกำลังใจและความเคารพไปยังบุคคลทั้ง 6 ท่าน ในฐานะนักต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความถูกต้อง ขอให้ กกต. หยุดสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวแล้วหันมา "เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส" ชี้แจงข้อสงสัยทางเทคโนโลยีให้สิ้นสงสัย ทำความจริงให้ปรากฏด้วยความยุติธรรม เพื่อให้หนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงของประชาชนมีคุณค่า ศักดิ์ศรีเท่าเทียม และได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ๋อย' จี้ 'กกต.' สรุปคดีฮั้วสว. ถ้าทำหลักฐานข้อสงสัยสังคมตกน้ำ อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
จาตุรนต์ สะกิด กกต.รวบรวมพยานหลักฐานคดีฮั้วสว.ส่งศาลแบบตรงไปตรงมาไม่ออมมือ ถ้าตัดสินใจแบบที่ไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคมที่ต่างรับรู้ข้อมูลหลักฐาน อาจจะเกิดเป็นปัญหาใหญ่ตามมา
เตือนสติกกต.! 'วัส ติงสมิตร' ยกประวัติศาสตร์ 6 ระดับความรับผิดองค์กรเลือกตั้งทั่วโลก
นักวิชาการอิสระ กระตุกดุลพินิจวินิจฉัยของ กกต.ว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ ในการส่งคดีฮั้ว สว.ไปให้ศาลฎีกาพิจารณาหรือไม่ ต้องมีเหตุผลที่มีน้ำหนักเป็นที่ยอมรับได้ หากไม่ต้องการให้องค์กรต้องเผชิญกับวิกฤตความศรัทธา ประเทศขาติถูกกินรวบไปอย่างสมบูรณ์
'อดีต กกต.' ไล่บี้ ป.ป.ช. 3 ปี กับเงินปริศนา 3 แสน คดีสินบน
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กพร้อมภาพวงจรปิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2566 ว่า วันนี้ เมื่อ 3 ปีก่อน
ซ่อมเมืองอุดร สีน้ำเงินเหนียว ‘อธิการ’เข้าวิน
ไร้พลิก! เลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 1 แทน “หรั่ง” สีน้ำเงินยังเหนียวแน่น “ลูกเขย” อดีต สส.นำม้วนเดียวจบ “อนุทิน” ลงพื้นที่ร่วมเชียร์
ปัดฟันฮั้วสว.แค่10 กกต.ยันเป็นเอกสิทธิ์ส่วนตัว/ส้ม-เครือข่ายพาเหรดเขย่า
"กกต." โต้ข่าวลือล็อกเป้าฟัน 10 คนคดีฮั้ว สว. ระบุนัด 7 เสือเคาะมติชี้ชะตา 14 ก.ย.
'สมชาย' ย้อนดูคะแนนผู้สมัครได้รับเลือก สว. กลุ่ม 1-20 ข้องใจมีผู้ได้เฉลี่ยสูง 50-60 คะแนนเกาะกลุ่ม
สมชาย แสวงการ อดีตสว. ย้อนตรวจสอบดูประกาศคะแนนของผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่ลงนามประกาศโดยนายแสวง บุญมี

