ไม่มีอะไรกล้ำกลืนไปกว่าการเป็น พรรคที่เกิดจากกระแสมวลชนอนุรักษนิยม แต่กลับต้องยืนอยู่กลางเวทีที่มี “บ่อน” เป็นคำถามหลักของศีลธรรมทางการเมือง
พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) ไม่ใช่พรรคที่เกิดขึ้นอย่างลอยๆ หากแต่ถือกำเนิดจากวลีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งประกาศว่าเป็น “ภารกิจสร้างชาติ” หลังควบคุมโควิด-19 ได้สำเร็จ และภารกิจนี้ก็ถูกกลั่นออกมาเป็นชื่อพรรคการเมืองในปี 2564
พรรคที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อประยุทธ์ ก่อตั้งโดยทีมคนใกล้ชิด บิ๊กตู่ นำโดยเสกสกล อัตถาวงศ์ ก่อนที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จะเข้ามารับไม้ต่อในฐานะหัวหน้าพรรค และ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศสมัครสมาชิกต่อหน้าสาธารณะปลายปี 2565
ฐานเสียงหลักของพรรคนี้ คือกลุ่มอนุรักษนิยมสายบิ๊กตู่ ที่เชื่อมั่นในแนวคิด “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” และวาทกรรมเรื่องความมั่นคงมากกว่าการปฏิรูปเปลี่ยนแปลง
รทสช.จึงไม่ใช่พรรคใหม่ แต่คือ หน้าต่อของอุดมการณ์เดิม ในวันที่ พลังประชารัฐ แยกทางกับบิ๊กตู่ พรรคนี้ถูกวางให้เป็นทายาทโดยตรง ทั้งในเชิงโครงสร้างและสัญลักษณ์
แต่เมื่อถึงวันที่ ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร ถูกเสนอเข้าสู่สภา ภาพจำของพรรคกลับสั่นคลอนในระดับที่ไม่อาจมองข้ามได้
ขณะที่บางพรรคปฏิเสธชัด เช่น ภูมิใจไทย และ ประชาชาติ แต่ รทสช.กลับเลือกจะใช้วาทะกลางๆ ว่า “ถ้าไม่ผิดกฎหมาย ก็พอรับได้”
คนที่พูดประโยคนี้ คือ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ปรึกษานายกฯ และเป็นเบอร์สองของพรรคในการเสนอตัวชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
นี่คือวินาทีที่ “พีระพันธุ์เปลี่ยนบท” อย่างชัดเจนไม่ใช่เพราะเพิ่งกลายเป็นนักการเมือง อยู่ในสนามนี้มานานแล้ว แต่เพราะนี่คือครั้งแรกที่พีระพันธุ์ “พูดชัด” ในเรื่องที่อ่อนไหวที่สุดเรื่องหนึ่งของรัฐบาลนี้
ประโยคนี้คือหมุดหมายใหม่ทางการเมืองของ พีระพันธุ์ จากเดิมที่พูดในกรอบเทคนิคและความมั่นคง สู่การประกาศจุดยืนในเชิงนโยบาย ที่กระทบศีลธรรมและอัตลักษณ์ของพรรคโดยตรง
และนั่นแหละที่นำไปสู่ภาพใหญ่ขึ้นอีกขั้น-รทสช.เปลี่ยนหน้า
พรรคที่เคยแบกอุดมการณ์แบบเคร่งครัด กำลังเปิดพื้นที่ให้กับภาพลักษณ์ใหม่ ไม่ใช่พรรคอนุรักษนิยมที่ต่อต้านความเสื่อม แต่คือพรรคสายเทคนิคที่มองกาสิโนผ่านแว่นกฎหมายและรายได้
การไม่ปฏิเสธบ่อน เท่ากับ การเปลี่ยนหน้าของพรรค ในสายตามวลชนเดิมและนั่นทำให้เสียงสะท้อนจากผู้สนับสนุนบางกลุ่มเริ่มดังขึ้นไม่ใช่ด้วยถ้อยคำรุนแรง แต่ด้วยความผิดหวัง
มีโพสต์ในกลุ่ม “รวมพลคนรักบิ๊กตู่” ที่ถามว่า “สร้างชาติแบบนี้หรือ?” บางคนบอกว่า “นึกไม่ถึงว่าพีระพันธุ์จะสนับสนุนบ่อน” ขณะที่อีกหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า พรรคยังเป็นของพวกเขาอยู่หรือไม่
นี่คือ การแตกของมวลชน ที่ไม่ได้เกิดจากเศรษฐกิจ แต่จากศีลธรรม ความไม่ตรงกันระหว่างอัตลักษณ์กับจุดยืน ทำให้พรรค เริ่มหลุดจากภาพเดิมที่เคยขายไว้
ถ้า รทสช.จะหนุนกาสิโนในนามความชอบธรรมทางกฎหมาย ก็ต้องตอบให้ได้ว่า จะอธิบายต่อคนที่เลือกมาด้วยศรัทธาทางคุณค่าทางสังคมอย่างไร
คำว่า “ไม่ผิดกฎหมาย” อาจใช้ได้ในห้องประชุมครม. แต่ใช้ไม่ได้กับคนที่เชื่อว่า การเปิดบ่อน คือการเปิดประตูนรก
และในโลกของการเมือง ไม่มีอะไรสมดุลได้ตลอดไป
ยิ่งเมื่อทุกพรรคเริ่มวัดกันด้วยจุดยืน ความก้ำกึ่งของ รทสช. อาจไม่เหลือพื้นที่ตรงกลางให้ยืนได้อย่างมั่นคงเหมือนที่เคยคิด
พรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องตอบให้ได้ว่า จะสร้างชาติในแบบไหนกันแน่?
ถ้าพรรคเลือกที่จะ ไม่คัดค้านบ่อน และมองประชาชนแค่ในฐานะผู้เสียภาษีหรือผู้ที่ต้องอยู่ใต้กรอบกฎหมาย สิ่งที่เปลี่ยนไป อาจไม่ใช่แค่บทบาทของ “พีระพันธุ์” แต่คือจุดยืนของพรรคทั้งพรรค ที่แสดงให้เห็นชัดว่า ไม่เหมือนเดิม
และเมื่อพรรคไม่สามารถอ้างอิง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำทางการเมืองได้อีก เพราะได้วางมือและดำรงตำแหน่งองคมนตรีแล้ว พรรคจึงต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเองอย่างเต็มตัว ไม่มีใครเป็นร่มเงาหรือ “แบคอัพ” อีกต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พีระพันธุ์' แฉ 'ไพ่ไฟ2569' เตือนกกต.หากนิ่งเฉย อายุความมันยาว
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความเรื่อง "ไพ่ไฟ 2569" ระบุรายละเอียดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ปรา
'พีระพันธุ์' ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งช่วงบ่าย แกนนำ รทสช. ตบเท้าเข้าคูหาคึกคัก
แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เดินทางออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร เวลา 13.30 น.
'พีระพันธุ์' ลั่นอย่าเลือกพรรคที่ไม่ได้รัก เพียงเพื่อต้องการเอาชนะพรรคที่เกลียด
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหา
'พีระพันธุ์' ฟาด กกต. เรียกสอบซื้อเสียง 2 พัน กลับเมินเงินปริศนา 450 ล้าน
'พีระพันธุ์' ฟาด กกต. สองมาตรฐาน เรียกสอบซื้อเสียง 2 พันบาท แต่เมินเงินสดปริศนา 450 ล้าน ชี้เข้าข่าย 'ผิดปกติ' เสี่ยงละเว้นปฏิบัติหน้าที่
'พีระพันธุ์' จวกรัฐบาลสนใจแต่ตัวเลข GDP ละเลยคุณภาพชีวิตประชาชน
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่ บริเวณตลาดวงศกร เขตสายไหม และ ตลาดถนอมมิตร เขตบางเขน ช่วยนายกร สิงห์ธีร์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 11 เบอร์ 4 และ นายธนกฤต ธนิศราพงศ์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 12 เบอร์ 11 หาเสียงเลือกตั้ง
“ไชยชนก” ย้ำภูมิใจไทยไม่เอากาสิโน ปราบสแกมเมอร์ทุนเทา ชี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องบ้านเมือง
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับ นายโกศล ปัทมะ ผู้สมัครสส. นครราชสีมา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย และ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ผู้สมัครสส. นครราชสีมา เขต 9 พรรคภูมิใจไทย โดยมีการพบปะและพูดคุยกับประชาชนในช่วงหนึ่งระบุว่า ย้อนกลับไปพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย

