ทักษิณเหนื่อยแน่! เปิดบทซักถามในศาล ไต่สวน 'ผบ.เรือนจำ' พบพิรุธอื้อ

เปิดบทซักถามละเอียดยิบกลางห้องพิจารณา ศาลไต่สวนผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ พิรุธโผล่ชัด การส่งตัว “ทักษิณ” ข้ามขั้นตอน-เขียนใบส่งตัวล่วงหน้า!

14 มิถุนายน 2568 – สำนักข่าวอิศรา เผยแพร่คำถาม-คำตอบในศาล ระหว่างการไต่สวนนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2568 กรณีการบังคับโทษจำคุก 1 ปีต่อนายทักษิณ ชินวัตร โดยมีบทสนทนาระหว่างศาลและนายมานพ ดังนี้

ศาล: วันนี้ศาลจะไต่สวนนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แม้จะส่งหนังสือคำชี้แจงมาแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่ต้องไต่สวนเพิ่มเติม

ศาล: ในวันที่รับตัวจำเลย (นายทักษิณ) เข้าเรือนจำมีการตรวจร่างกายหรือไม่

นายมานพ: มีการตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือตามหมายคดีทั้ง 3 คดี รับมอบประวัติการรักษาจากต่างประเทศ ทำประวัติผู้ต้องขังตามขั้นตอนครับ

ศาล: ประวัติการรักษาของจำเลยจากต่างประเทศ มีอยู่ที่เรือนจำหรือไม่ เพราะไม่ได้ส่งมา

นายมานพ: ไม่ทราบว่าเอกสารอยู่ที่ไหนครับ เพราะเพิ่งมารับตำแหน่งครับ

ศาล: ศาลให้ตรวจสอบ ถ้าพบว่ามีหรือไม่มีให้แจ้งมาด้วย

ศาล: ใครตรวจร่างกายจำเลยในวันที่เข้าเรือนจำ

นายมานพ: พญ.รวมทิพย์ครับ ส่วนผู้ช่วยพยาบาลไม่ทราบว่าเป็นใคร

ศาล: ตามเอกสารชี้แจงระบุว่าไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน ให้ส่งตัวตามเวลาปกติได้ ใช้กฎหมายข้อไหน

นายมานพ: กฎหมายข้อ 55 ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 ครับ

ศาล: พญ.รวมทิพย์ มีความเห็นเกี่ยวกับจำเลยอย่างไร

นายมานพ: พญ.รวมทิพย์ ตรวจร่างกายจำเลยแล้วเขียนใบรับรองว่าจำเลยอยู่ในเกณฑ์ 608 ยังต้องดูอาการที่เรือนจำ ถ้าฉุกเฉินออกไปรักษาตัวได้ครับ

ศาล: เป็นการเขียนใบส่งตัวล่วงหน้าใช่หรือไม่

นายมานพ: เขียนใบส่งตัวล่วงหน้าครับ

ศาล: ในเรือนจำในต่างจังหวัดและเรือนจำในกรุงเทพฯ เคยมีกรณีการเขียนใบส่งตัวล่วงหน้าหรือไม่ และเป็นเรื่องปกติหรือไม่

นายมานพ: มีครับ

ศาล: ปกติกรณีผู้ต้องขังป่วยจะส่งตัวไปรักษาที่รพ.ราชทัณฑ์ใช่หรือไม่

นายมานพ: ส่งไปปกติเลยครับ

ศาล: เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่งผู้ต้องขังป่วยไปที่ไหน

นายมานพ: ส่งไป รพ.ราชทัณฑ์ครับ

ศาล: สรุป รพ.ราชทัณฑ์เป็นแม่ข่ายของเรือนจำพิเศษกรุงเทพใช่หรือไม่

นายมานพ: ใช่ครับ

ศาล: เรือนจำห่างจาก รพ.ราชทัณฑ์แค่ไหน

นายมานพ: 300 เมตรครับ

ศาล: มีกรณีส่งตัวผู้ต้องขังไปนอกเรือนจำหรือไม่ ยกตัวอย่างหน่อย

นายมานพ: เช่น กรณีเป็นมะเร็งต้องให้คีโม มีหลายเคส ส่วนใหญ่ต้องส่งไป รพ.ราชทัณฑ์ก่อนแล้วค่อยรีเฟอร์ (ส่งต่อ) ไปครับ

ศาล: คนป่วยทุกกรณีก็ส่งไปรพ.ราชทัณฑ์ก่อน จากนั้นค่อยขอความเห็นแพทย์แล้วส่งตัวต่อใช่หรือไม่

นายมานพ: ใช่ครับ

ศาล: ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาทุกโรคต้องส่งไปรพ.ราชทัณฑ์ก่อนใช่หรือไม่

นายมานพ: ทุกโรคครับ

ศาล: เคยมีกรณีส่งตัวผู้ต้องขังไปอยู่ห้องพิเศษหรือไม่

นายมานพ: มีครับ เช่น กรณีเป็นวัณโรค กรณีเป็นโรคติดต่อ โรคที่อันตรายต่อชีวิต ต้องอยู่ใน ICU ก็จะแยกไปอยู่ได้ครับ

ศาล: ส่งตัวจำเลยจากเรือนจำไป รพ.ตำรวจเลย ไม่ได้ส่งไปรพ.ราชทัณฑ์ก่อนใช่หรือไม่

นายมานพ: ใช่ครับ

ศาล: อาการที่เกิดขึ้นตรงกับที่เขียนไว้ในใบส่งตัวล่วงหน้าใช่หรือไม่

นายมานพ: ไม่ทราบครับ

ศาล: ยืนยันว่าจำเลยไม่ได้ส่งตัวไปรพ.ราชทัณฑ์ก่อนใช่หรือไม่ แต่ส่งไปรพ.ตำรวจเลย

นายมานพ: ใช่ครับ ส่งไปรพ.ตำรวจเลย

ศาลยังได้นัดไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีก 6 นัดในเดือนกรกฎาคม ได้แก่ วันที่ 4, 8, 15, 18, 25 และ 30 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. โดยในวันที่ 4 จะไต่สวน พญ.รวมทิพย์ สุภานันท์ และวันที่ 15 จะไต่สวนนพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’

“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ

'3 นิ้ว' บุก ยธ. บี้คุ้มครอง 'อานนท์' เลิกแยกแดนผู้ต้องขังคดี 112

'อดีตแกนนำม็อบ 3 นิ้ว' บุกยื่นหนังสือถึง รมว.ยุติธรรม วอนคุ้มครองความปลอดภัย 'อานนท์ นำภา' และผู้ต้องขังคดีการเมือง หลังส่งจดหมายร้องหวั่นถูกแยกแดนเสี่ยงอันตราย

'บิ๊กต่าย' ตั้งกก.ฟันวินัยร้ายแรง '3 หมอชั้น 14' สรุปพฤติกรรมชัดเอื้อ 'ทักษิณ'

'ผบ.ตร.' ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 หมอ รพ.ตำรวจ 'โสภณ-ทวีศิลป์-ชนะ' ปมเอื้อ 'ทักษิณ' นอนวีไอพีชั้น 14 มอบหมาย 'พล.ต.อ.อิทธิพล' นั่งประธาน เร่งสรุปโดยเร็ว

โล่ง! ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ไต่สวนพยานปากสุดท้าย 18 พ.ค.ปีหน้าก่อนนัดตัดสิน

ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีคมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติผู้ร้อง กับ 44 สส.พร

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย