
7 ก.ค.2568-นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการด้านกฎหมาย เขียนบทความ เรื่อง “จุดจบวิกฤต ไทย – เขมร ... พฤษภา-สิงหา 2565” ระบุว่า ด้วยเห็นว่าวิกฤตไทย-เขมร มีสามวิกฤตซ้อนกัน สัมพันธ์กัน จึงขอนำเสนอเพื่อความเข้าใจร่วมกัน ดังนี้
วิกฤตระบอบฮุนเซ็น เผด็จการฮุนเซ็นกำลังจะพังลงทั้งระบอบ ประชาชนยากแค้น นานาชาติเลิกคบ เศรษฐกิจใกล้ล้มละลาย จึงสร้างไทยเป็นศัตรู รุกล้ำดินแดน ให้คนเขมรเกลียดชัง เห็นลูกชายคือนายกฯฮุนมาเน็ตเป็นวีรบุรุษ จึงเกิดเหตุการณ์ต่อไปนี้ขึ้นมา ยั่วยุที่ตาเมือนธม ขุดคูเลตช่องบก จัดชุมนุมประท้วงทั้งประเทศ ยื่นฟ้องศาลโลก ส่งทหารตรึงเต็มชายแดน เตรียมสร้างสถานการณ์รบ แล้วแจ้นฟ้องอาเซียน-ยูเอ็น น่าเชื่อว่าระบอบ ฮุนเซ็นอยู่ไม่ได้นาน แต่ต้องระวังแรงดิ้นเฮือกสุดท้ายโดยสร้างการประทะชายแดน
วิกฤตฮุน – ชิน ตระกูลชินติดบุญคุณตระกูลฮุน ลงทุนในเขมรไว้มาก ถึงขนาดตกลงสร้างพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลแบ่งสิทธิ ไทย-เขมร คนละครึ่ง เพื่อให้สัมปทานร่วมและแบ่งนายหน้าจากบริษัทน้ำมัน ต่อมาตระกูลชินมีอำนาจขึ้นมาใหม่แล้ว แต่ทำไม่ได้ตามสัญญา ทวงแล้วเฉย จึงเกิดเหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นลำดับ ฮุนเซ็นแล่นพบทักษิณทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล ทักษิณขึ้นเวที NATION เสนอโครงการแบ่งน้ำมันอ่าวไทยคนละครึ่ง, กระแสค้านรุนแรงจนทำไม่ได้, อุ๊งอิ๊งไปพบเจรจาฮุนเซ็นที่บ้านแต่ไม่สำเร็จ,ฮุนเซ็นลงมือสั่งสอนเปิดคลิป แบล็คเมล์ต่างๆนานา ล่าสุดมีข่าวอุ๊งอิ๊งได้โทรคุยมาครองเรื่องความร่วมมือไทย-ฝรั่วเศส เข้าใจว่ายืนยันกับประธานาธิบดีมาครอง ผ่านไปยังบริษัทน้ำมันฝรั่งเศสว่า โครงการสัมปทานร่วมพลังงานอ่าวไทย ตระกูลฮุน-ชิน ยังเดินหน้าต่อ เป็นไปได้ว่า ในที่สุดวิกฤตนี้จะหายไปเพราะระบอบฮุนเซ็น หรือ ระบอบทักษิณจะล้มไปก่อน
วิกฤตการเมืองไทย ทักษิณคืนอำนาจด้วยดีลลับ ให้ลูกสาวเป็นนายกฯหุ่นเชิด ต้องเติมนโยบายที่อยู่นอกเวทีหาเสียงหลายประการ เพื่อหวังเป็นรัฐบาลพรรคเดียวหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าให้ได้ ทั้งหาเสียงแจกเงินหมื่น,และหาเงินจากกาสิโนคอมเพล็กซ์ แต่เกิดปัญหาจากวิกฤตอื่น ทั้ง ฮุนเซ็นปล่อยคลิป,ภูมิใจไทยได้จังหวะถอนตัว, ประชาชนชุมนุมขับไล่ จนศาลรัฐธรรมนูญสั่งพักงานอุ๊งอิ๊ง น่าเชื่อว่า ทักษิณจะเจรจายอมพรรคส้ม เรื่องนิรโทษ 112 และ ตั้ง สสร. เพื่อตั้งรัฐบาลสีแสด ( แดง+ส้ม ) แล้วขายชาติต่อไปให้จงได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แก้วสรร' แพร่บทความ มองคดีฮั้ว สว. ในมุมการเมืองและกฎหมาย
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความใหม่ในรูปถาม-ตอบ เรื่อง มอง “คดีฮั้ว สว.” มีเนื้อหาดังนี้
'อนุทิน' เผยเจอ 'ทักษิณ' พูดคุยเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ ชี้เป็นมิตรหรือศัตรู ต้องมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ
ช็อตนี้มีความหมาย! 'อนุทิน' กราบตัก 'ทักษิณ' หลังร่วมโต๊ะ 4 นายกฯ
บรรยากาศหลังพิธีสวดพระอภิธรรม “เกรียง กัลป์ตินันท์” เจ้าภาพเชิญ 4 นายกฯ ร่วมโต๊ะอาหาร ก่อน “อนุทิ
'อนุทิน' พบ 3 อดีตนายกฯ ร่วมงานสวดพระอภิธรรม 'เกรียง กัลป์ตินันท์'
นายกฯ เป็นประธานงานสวดพระอภิธรรม ’เกรียง กัลป์ตินันท์‘ ขณะที่ ‘4 นายกฯ’พบหน้าครั้งแรกพร้อมเพรียง ‘อนุทิน-ทักษิณ-แพทองธาร-สมชาย’
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

